posttoday
3กลุ่มเด่นรับนายกฯ

3กลุ่มเด่นรับนายกฯ

22 สิงหาคม 2557

ซื้อเก็บรับเหมาฯ-แบงก์-วัสดุก่อสร้างเนาวรัตน์ฯเน้นงานถนัดมาร์จิ้นสูง

ซื้อเก็บรับเหมาฯ-แบงก์-วัสดุก่อสร้างเนาวรัตน์ฯเน้นงานถนัดมาร์จิ้นสูง

เชียร์หุ้นรับเหมาฯ เด่นสุด วัสดุก่อสร้างแบงก์น่าสน รับนายกฯ คนที่ 29 การเมืองมีเสถียรภาพ ลงทุนเร็ว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งทยอยออกบทวิเคราะห์แนะนำการลงทุนหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ภายหลังที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นับเป็นคนที่ 29 ของประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

บล.ธนชาต ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีจะสนับสนุนให้การเมืองมีเสถียรภาพอีกอย่างน้อย 1 ปี ส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักหุ้นรับเหมาฯ วัสดุก่อสร้าง และธนาคารมากกว่าตลาด รวมถึงยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นระยะสัปดาห์ที่ 1,5701,600 จุด

“การเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเสียง 191 เสียง เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนีหุ้นในระยะกลางยาว” บล.ธนชาต ระบุ

ทั้งนี้ หุ้นรับเหมาฯ ที่แนะนำคือ บริษัท ช.การช่าง (CK) และซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) นอกจากได้ผลดีโดยตรงจากสถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพสูงในช่วง 15 เดือนข้างหน้า ยังผลักดันโครงการลงทุนภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่ระยะสั้นได้รับผลดีจากการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย มูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาท ภายในเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าจะมีโครงการอื่นๆ ตามมาอีก โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนมูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท ช่วง 15 เดือนข้างหน้า โดยประเมินเป้าหมายระยะสั้น CK ที่ 28.75-29.0 บาท และ STEC ที่ 25.25 บาท ทะลุไปได้มีเป้าหมายถัดไปที่ 26 บาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะเก็งกำไรหุ้นรับนโยบายภาครัฐ นำโดย รับเหมาฯ ธนาคาร และวัสดุก่อสร้าง

นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจใหม่และวางแผนกลยุทธ์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) กล่าวว่า หากรัฐบาลมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ถือเป็นกลุ่มงานที่บริษัทมีความถนัดและพร้อมจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการได้รับงานด้วย 3 แนวทาง คือ 1.เข้าประมูลรับงานตรง 2.รับเหมาช่วงจากผู้ประกอบการรายใหญ่ 3.จำหน่ายแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่สำเร็จรูปสำหรับการงานก่อสร้างขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน บริษัทมีความสามารถในการรับงานขนาดใหญ่มูลค่ารวมประมาณ 8,000-1 หมื่นล้านบาท/ปี โดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน แต่หากได้งานใหญ่กว่านั้น อาจพิจารณาการเพิ่มทุนควบคู่กับแนวทางอื่นๆ รวมถึงการกู้ยืมจากอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) อยู่ที่ 2.01 เท่า จากเพดานที่ 2.5 เท่า

สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2557 มีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่อีก มูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 7,200 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายที่ชนะ 2025% และงานใหม่จะต้องมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงตั้งแต่ 8% ขึ้นไป โดยในช่วง 7 เดือนแรกได้งานใหม่มูลค่า 5,919 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ประมาณ 68% ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือทั้งที่เซ็นสัญญาและรอลงนามมูลค่ารวม 1.45 หมื่นล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้สัดส่วนราว 35% ของมูลค่างาน

“ครึ่งปีหลังจะเน้นเลือกประมูลงานใหม่ๆ ที่ถนัด คืองานโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ อุโมงค์ ท่าเรือ โรงไฟฟ้า ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่างานทั่วไป หลายงานมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 10% เริ่มเห็นเปิดประมูลใหม่ๆ ออกมามากขึ้นด้วย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีจะไม่ต่ำกว่า 7% ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีน่าจะดีขึ้นเล็กน้อย ด้านรายได้ทั้งปียังโตตามเป้าที่ 5% รวมถึงยังมีงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ที่อนุมัติแล้ว หน่วยงานรัฐบาลน่าจะเปิดประมูลใหม่เพิ่มอีกด้วย” นายปสันน กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า