
ยอดใช้ไฟพุ่ง10%
กฟผ.เล็งทบทวนแผนพีดีพีใหม่ อิงฐานข้อมูลตามเศรษฐกิจฟื้น
โพสต์ทูเดย์
— กฟผ.เล็งปรับเป้ายอดใช้ไฟฟ้าเพิ่มกว่า 10% หลังเฉลี่ย 5 เดือนแรกเพิ่มตามเศรษฐกิจโต 15%นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในช่วง 5 เดือน (ม.ค.พ.ค.) ที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวเติบโตเฉลี่ย 15% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ทำให้ กฟผ.จะทบทวนตัวเลขประมาณการใช้ไฟฟ้าปีนี้ใหม่ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10%
เมื่อช่วงต้นปีคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 45% เท่านั้น แต่หากการใช้ไฟฟ้ายังโตต่อเนื่อง เชื่อว่าตลอดทั้งปีจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นแน่นอน
การใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวและ ภาคอุตสาหกรรมมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องเร่งผลิตสินค้าตามออเดอร์เพื่อส่งออกและจำหน่ายในประเทศสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ต้องพิจารณาไปถึงแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 25532573 หรือพีดีพี 2010 ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อาจเพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ในอนาคตหากไม่มีปัจจัยลบมากระทบอีกโดยเฉพาะการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่จะมารองรับกับกำลังการลิตไฟฟ้าสำรองให้เพียงพอ
สำหรับตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดปีนี้น่าจะเป็นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. อยู่ที่ระดับ 24,009 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นครั้งที่ 10 ของพีกปีนี้ โดยไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก เพราะอากาศเริ่มเย็นจากฤดูฝนแต่เป็นที่น่าสังเกตว่าตัวเลขพีกปีนี้มาเกิดในเดือน พ.ค. จากปกติน่าจะอยู่ในช่วงเดือน มี.ค.และ เม.ย. มากกว่า ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าก็ขยายตัวเป็นบวกตั้งแต่เดือนม.ค.อยู่ที่ 21% เดือนก.พ. 13% เดือนมี.ค. 12% เดือนเม.ย. 14% และเดือนพ.ค. 16%ส่งผลให้เฉลี่ย5เดือนการใช้ขยายตัว 15%
“
ต้องยอมรับว่าตัวเลขการใช้ไฟฟ้าปีนี้มีฐานที่ใหญ่มาก ทำให้ต้องปรับแผนพีดีพีในระยะยาว โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่อาจต้องเลื่อนเข้าระบบไป 23 ปี เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามแผนทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน นิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าของเอกชน ซึ่งจะกำหนดแผนการนำโรงไฟฟ้าเข้าระบบให้ชัดเจน” นายพิบูลย์ กล่าวนายพิบูลย์ กล่าวว่า กฟผ.จะพยายามปรับแผนนำโรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 4 และโรงไฟฟ้าวังน้อยหน่วยที่ 2 ที่มีกำลังการผลิตรวม 1,600 เมกะวัตต์ เข้าระบบให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2557
ทั้งนี้ เนื่องจากโรงไฟฟ้าเอกชนไม่สามารถสร้างได้ทันตามแผนที่กำหนดไว้ เพราะยังถูกต่อต้านในพื้นที่จำนวน 12 แห่ง อาจต้องเลื่อนออกไปอีก
นอกจากนี้ กรณีของโรงไฟฟ้าเก่าที่มีแผนจะปลดระวาง เช่น โรงไฟฟ้าพระนครใต้ชุด 2 และบางปะกงชุด 4 ตั้งแต่ปี 2561 อาจให้ระงับไว้ก่อนเพื่อไม่ให้กระทบกับกำลังผลิตไฟฟ้า







