
สปัน ซิลค์ เวิลด์ ปั้นแบรนด์ไหมไทยให้ก้องโลก
“ไหมไทย” สินค้าเนื้อหอมในตลาดโลก เพราะมีความต้องการจากคู่ค้าในต่างประเทศสูงมาก
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“ไหมไทย” สินค้าเนื้อหอมในตลาดโลก เพราะมีความต้องการจากคู่ค้าในต่างประเทศสูงมาก ด้วยคุณภาพของไหมไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านเอกลักษณ์ความแวววาว คุณภาพสูง และมีลักษณะเส้นไหมที่แตกต่างจากไหมประเทศอื่น
ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ คาดว่า การส่งออกไหมไทยไปต่างประเทศในปี 2557 จะเติบโต 10% จากการส่งออกในปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 18.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สดใสอย่างมากของประเทศไทยโดยได้รับยืนยันจาก บริษัท สปัน ซิลค์ เวิลด์ ผู้ผลิตไหมไทยส่งออกอันดับต้นของประเทศ ที่มียอดผลิตและส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี
“ปรีธนัตถ์ คิวเจริญวงษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปัน ซิลค์ เวิลด์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมบริหารธุรกิจไหมไทยให้ได้การยอมรับในตลาดโลก โดยมุ่งลงทุนวิจัยและพัฒนาสินค้า (อาร์แอนด์ดี) ไหมไทยต่อเนื่องทุกปีเพื่อผลิตไหมที่มีคุณภาพสูงขึ้น จากปัจจุบันมีคุณภาพผลิตสูงอยู่แล้วและต้องคงมาตรฐานสินค้าสม่ำเสมอ
พร้อมกันนี้ได้เพิ่มความหลากหลายของไหมไทยด้วยการผสมกับเส้นใยอื่นๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ไม่ได้ลดคุณภาพของไหมลงแต่อย่างใด หรือการผสมเฉดสีในเส้นไหม สามารถผสมสีได้ถึง 5 สีใน 1 เส้นไหม ดังนั้นหัวใจของการทำธุรกิจคือการมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำหน้าประเทศอื่นในโลก
ล่าสุดได้พัฒนาเส้นไหมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกที่ยังไม่มีบริษัทไหมทำได้มาก่อน โดยจะส่งออกไปอิตาลีและญี่ปุ่น เพราะลูกค้าต้องการไหมดังกล่าวจำนวนมากและพบการทดลองอาร์แอนด์ดีในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีคุณภาพดี คาดว่าจะเริ่มทำตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการได้ในปี 2558
อีกสิ่งสำคัญคือบริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับเทรนด์แฟชั่นในตลาดโลก แนวโน้มในอนาคต ไปจนถึงสีที่กำลังมาในแฟชั่นต่างประเทศและความต้องการของลูกค้า ซึ่งเทรนด์แฟชั่นในขณะนี้ได้ศึกษาตลาดล่วงหน้าไปจนถึงปี 25582559 แล้ว เพื่อนำเสนอเส้นไหมให้ตรงกับลูกค้าให้ได้
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตเส้นไหมปั่นอยู่ที่ 240 ตัน/ปี จำหน่ายในประเทศ 20% และส่งออก 80% มีลูกค้า ได้แก่ ญี่ปุ่น อิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งตลาดหลักญี่ปุ่นนั้นมีตัวแทนจำหน่าย 5 บริษัท กระจายให้แก่บริษัทรายกลางในญี่ปุ่นมากกว่า 100 บริษัท ส่วนคู่แข่งในตลาดโลก คือ จีนและอินเดีย แต่ไหมไทยมีจุดเด่นด้านคุณภาพสูง เมื่อนำไปเปรียบเทียบจะเห็นความแตกต่างทันที
อีกทั้ง การเข้าร่วมโครงการกับ กรมส่งเสริมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายใต้โครงการ “โมเดิร์น ไทย ซิลค์” ทำให้ได้เข้าไปร่วมงานแสดงสินค้า “Premiere Vision 2014” ที่ปารีส ฝรั่งเศส ส่งผลให้ลูกค้าต่างประเทศรู้จักบริษัทมากขึ้น จากที่ผ่านมา ได้ส่งออกไหมไทยให้กับแบรนด์ระดับโลกหลายแบรนด์แล้ว
“ปรีธนัตถ์” กล่าวว่า ก้าวต่อไปของ สปัน ซิลค์ เวิลด์ กำลังเตรียมทำแบรนด์ไหมไทยเข้ามาทำตลาดเป็นแบรนด์ใหม่ที่มีกลุ่มสินค้าจากไหมทั้งหมด ทั้งเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้า ผ้าสำเร็จรูปและชุดนอน เป็นต้น เพื่อต้องการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดในประเทศและต่างประเทศให้สำเร็จ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาทำแบรนด์ออกมาสู่ตลาด คาดว่าจะเปิดตัวเข้ามาทำตลาดในปีหน้า
ท้ายที่สุดบริษัทมีความมั่นใจว่าไหมไทยในตลาดโลกมีศักยภาพเติบโตสูงมาก เพราะเอกลักษณ์ไหมไทยที่ทุกคนเรียกติดปากว่าไทยซิลก์เป็นสิ่งที่ลูกค้ายอมรับสูง ดังนั้นการจะทำแบรนด์ใหม่ออกมาจึงจะเป็นโอกาสสำคัญ และบริษัทก็จะมุ่งรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าสูงสุด โดยผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาเติบโตน่าพอใจทุกปี







