
เบื้องลึกวอเตอร์ฟรอนท์
จากกระแสในโลกออนไลน์ที่ต่างตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า โครงการวอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมความสูงมากกว่า 50 ชั้น จำนวนกว่า 300 ยูนิต บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย ของบริษัท ทิวลิป กรุ๊ป ว่าผ่านการอนุมัติให้ก่อสร้างได้อย่างไร ทั้งๆ ที่บดบังทัศนียภาพของพัทยา และหากดูตามกฎหมายควบคุมเฉพาะท้องถิ่น จ.ชลบุรี ที่ระบุว่า พื้นที่ที่วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลางเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 100 เมตร ให้มีได้เฉพาะอาคารที่มีความสูงได้ไม่เกิน 14 เมตร อาคารสูงระดับ 50 ชั้น ยิ่งไม่น่าจะสร้างได้ เป็นผลให้ล่าสุดเมืองพัทยาได้สั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว ด้วยเหตุผลการก่อสร้างผิดแบบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
จากกระแสในโลกออนไลน์ที่ต่างตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า โครงการวอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียมความสูงมากกว่า 50 ชั้น จำนวนกว่า 300 ยูนิต บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย ของบริษัท ทิวลิป กรุ๊ป ว่าผ่านการอนุมัติให้ก่อสร้างได้อย่างไร ทั้งๆ ที่บดบังทัศนียภาพของพัทยา และหากดูตามกฎหมายควบคุมเฉพาะท้องถิ่น จ.ชลบุรี ที่ระบุว่า พื้นที่ที่วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลางเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 100 เมตร ให้มีได้เฉพาะอาคารที่มีความสูงได้ไม่เกิน 14 เมตร อาคารสูงระดับ 50 ชั้น ยิ่งไม่น่าจะสร้างได้ เป็นผลให้ล่าสุดเมืองพัทยาได้สั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว ด้วยเหตุผลการก่อสร้างผิดแบบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
หลายคนพยายามตั้งคำถามว่า ความผิดพลาดเหล่านี้เกิดขึ้นในส่วนใดมีการตั้งข้อสันนิษฐานด้วยกัน 2 ประเด็น คือ 1.การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ผ่านได้อย่างไร ซึ่งอาจเกิดจากการที่บริษัทที่ปรึกษาเขียนรายงานอีไอเอบิดเบือนข้อเท็จจริงให้โครงการนี้อยู่พ้นแนว 100 เมตร และ 2.มีความพยายามในการเปลี่ยนระยะของระดับน้ำทะเลปานกลางให้ไกลออกไปอีก เพื่อให้โครงการนี้สร้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าทั้งสองข้อสันนิษฐานจะมีมูลความจริงหรือไม่ คำถามคือ การสั่งระงับก่อสร้างชั่วคราว จะเป็นแค่ชั่วคราว หรือสุดท้ายต้องหยุดสร้างอย่างถาวร







