posttoday
อยุธยาสั่นสู้ออกทาร์เก็ตฟันด์

อยุธยาสั่นสู้ออกทาร์เก็ตฟันด์

31 พฤษภาคม 2553

 

ตั้งเป้าฟันกำไร10%ภายในปีนี้ ชี้ระยะสั้นดัชนีมีสิทธิหลุด700

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.อยุธยา ตั้งกองทุนช้อนหุ้น ล็อกเป้ากำไร 10% เชื่อดัชนีหุ้นมีโอกาสหลุด 700 แต่จะกลับมา 850 จุดได้ ชี้ดอกเบี้ยขึ้นช้าแนะซื้อตราสารหนี้ระยะยาว

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยา เปิดเผยว่า ในระยะสั้นนี้ดัชนีตลาดหุ้นมีโอกาสจะลดลงไปต่ำกว่า 700 จุด และมีแนวรับอยู่ที่ 650 จุด เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติจะยังขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีปัญหาทางการเงินในยุโรป

อย่างไรก็ตาม นายประภาส กล่าวว่า บลจ.อยุธยา ยังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้เอาไว้ที่ 850 จุด โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนจะมีอัตราการเติบโต 18% ขณะที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) หุ้นไทยลดลงเหลือ 11.2 เท่า ซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่ราคาถูกเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้ ทำให้ดัชนีหุ้นจะปรับตัวลงไม่มากแล้ว

“เราจึงอาศัยจังหวะนี้ออกกองทุน เปิดกรุงศรีอิควิตี้ 10% ทาร์เก็ต 2 (KFEQ102) ซึ่งเป็นกองทุนที่กำหนดผลตอบแทนเป้าหมาย (ทาร์เก็ตฟันด์) ไว้ที่ 10% โดยบริษัทมีนโยบายออกกองทาร์เก็ตฟันด์แบบนี้ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับลดลง เพราะจะปลอดภัยแต่จะขายยาก เนื่องจากนักลงทุนไม่กล้าซื้อ ดังนั้นฐานลูกค้าของกองทุนนี้ คือ ลูกค้าที่เคยลงทุนในทาร์เก็ตฟันด์กองทุนแรกที่ประสบความสำเร็จ สามารถปิดกองทุนได้ภายใน 5 เดือน และคาดว่ากองทุนนี้น่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายภายในปีนี้” นายประภาส กล่าว

นายประภาส ยังกล่าวอีกว่า กองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ เพื่อให้ผลตอบแทนอยู่ในทิศทางเดียวกับดัชนีหุ้น เช่น กลุ่มพลังงาน

“แต่หุ้นที่เราให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มพาณิชย์ แต่กลุ่มที่เราจะไม่ลงทุนเลย คือ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงแรม” นายประภาส กล่าว

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะเปิดขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 17 มิ.ย. มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท อายุโครงการ 1 ปี แต่จะปิดกองทุนหากมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 11.11 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ นายประภาส ยังกล่าวอีกว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ถึง 6.4% โดยตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่จะประกาศออกมาในช่วงปลายเดือน ส.ค. น่าสร้างความประหลาดใจและค้านกับความรู้ของคน ที่คาดว่าตัวเลขจะออกมาไม่ดี แต่หากพิจารณาถึงตัวเลขในภาคการผลิตยังคงเติบโตต่อไปได้ โดยมีเพียงความเชื่อมั่นและการท่องเที่ยวเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่คาดว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะไตรมาส 2 และ 3 เป็นช่วงโลว์ซีซัน

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศน่าจะชะลอการปรับเพิ่มขึ้นไปจนถึงไตรมาส 34 ของปีนี้ เพราะไม่มีปัญหาเงินเฟ้อกดดัน ดังนั้นนักลงทุนตราสารหนี้จึงควรจะลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวมากขึ้น เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี