
ดีบีเอสล้มโรดโชว์ยุโรปสหรัฐ
ปัญหาการเมืองข้อมูลเปลี่ยน รอกำไรไตรมาส2ไปสิงคโปร์
โพสต์ทูเดย์
— บล.ดีบีเอส ล้มโรดโชว์ต่างประเทศเดือน พ.ค.นี้ หลังการเมืองป่วน รอข้อมูลใหม่ “มาตรการฟื้นฟูและผลประกอบการ บจ.ไตรมาส 2” เตรียมโรดโชว์อีกครั้งเดือน ก.ค.นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่อนักลงทุนต่างประเทศที่อังกฤษและสหรัฐในเดือน พ.ค.นี้
เนื่องจากเกิดความไม่สงบวุ่นวายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งไม่สามารถตอบข้อมูลที่ชัดเจนกับผู้ลงทุนได้
“
ไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติต้องถามความคืบหน้าของเหตุการณ์ ปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งเราเองก็ยังไม่มีข้อมูลหรือความเสียหายที่ชัดเจนไปบอกเขา เพราะทุกอย่างยังประเมินไม่จบ” นางภัทธีรา กล่าวนอกจากนี้ ต้องรอให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2 ให้จบก่อน จะเห็นผลกระทบต่อความสามารถทำกำไรและทิศทางการดำเนินงานของ บจ.ที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับเชื่อว่ารัฐบาลต้องมีการออกมาตรการฟื้นฟูต่างๆ เพิ่มเติมอีก หากข้อมูลต่างๆ พร้อม นักลงทุนจะมีความเข้าใจข้อมูลและสถานการณ์ปัจจุบันได้มากขึ้น
นางภัทธีรา คาดว่าจะเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศอีกครั้งในเดือน ก.ค.นี้ กำหนดเบื้องต้นที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์จะจัดงานนัดพบนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ทั่วโลกประมาณ 200300 แห่ง ให้เข้ามารับฟังข้อมูลเป็นประจำทุกปี ถือเป็นโอกาสดีที่จะชี้แจงข้อมูลและชักชวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ไม่คาดหวังว่าการจัดโรดโชว์ดังกล่าวจะสามารถดึงเม็ดเงินกลับมาลงทุนได้ทันที เพราะต้องยอมรับว่าผลกระทบจากวิกฤตการเงินในยุโรปทำให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนต้องถอนการลงทุนออกไปก่อน แต่ก็หวังว่าการเตรียมข้อมูลให้พร้อมจะทำให้นักลงทุนต่างชาตินำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจลงทุนในอนาคตได้
เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วมาก หากประเทศไหนมีโอกาสเม็ดเงินก็จะไหลเข้า ซึ่งประเทศไทยถือว่ายังมีศักยภาพดี น่าลงทุน โดยจะเห็นได้จากภาคธุรกิจไทยของเราก็ยังอยู่รอดได้แม้จะมีวิกฤตเกิดขึ้นหลายครั้ง
ปัจจุบันหากดูตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย จะสังเกตได้ว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าไปค่อนข้างมากในช่วงนี้ โดยช่วงนี้ต่างชาติปรับพอร์ตการลงทุนทั่วตลาดหุ้นเอเชียจากความกังวลวิกฤตการเงินในกรีซ
ขณะที่หุ้นไทยก็ไม่ได้แพงกว่า อีกทั้งความสามารถในการทำกำไรของตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในระดับที่ดี โดยมาจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ แต่ขาดเพียงโอกาส เพราะมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากประเทศอื่นคือปัญหาการเมืองในประเทศ







