posttoday
อุ้มบุญ

อุ้มบุญ

20 สิงหาคม 2557

การอุ้มบุญเป็นกรณีที่ผู้มีความประสงค์จะมีบุตรแต่ไม่สามารถตั้งท้องเองได้ อาจเป็นเพราะตัวอ่อนไม่ฝังตัวในมดลูก

การอุ้มบุญเป็นกรณีที่ผู้มีความประสงค์จะมีบุตรแต่ไม่สามารถตั้งท้องเองได้ อาจเป็นเพราะตัวอ่อนไม่ฝังตัวในมดลูก หรือมดลูกมีความผิดปกติที่ทำให้ไม่สามารถเป็นที่อาศัยของตัวอ่อนทารกได้ ภาวะไร้มดลูก จึงมีกระบวนการนำน้ำเชื้อและไข่มาผสมกันภายนอก จากนั้นจึงฉีดเข้าไปเพื่อให้ฝังตัวในมดลูกของผู้รับฝากครรภ์หรือแม่อุ้มบุญนั่นเอง

คู่รักที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก หรือรักร่วมเพศ ต่างก็ต้องการพึ่งพาแม่อุ้มบุญ เพราะสามารถช่วยเติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์ขึ้น

การอุ้มบุญแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ (1) อุ้มบุญแท้ คือการใช้น้ำเชื้อจากฝ่ายชายของคู่ที่ต้องการมีบุตร ผสมกับไข่ของแม่ผู้อุ้มบุญ และฉีดฝังในมดลูกของคุณแม่อุ้มบุญ จะเห็นได้ว่าไม่มีกระบวนการใดเกี่ยวข้องทางชีวภาพกับภรรยาตัวจริงของฝ่ายชายที่ต้องการมีบุตรเลย ภรรยาอาจมีปัญหารังไข่ไม่สามารถผลิตไข่ที่สมบูรณ์ได้ หรือผ่าตัดนำรังไข่ออกไป แม่ผู้อุ้มบุญจึงเป็นผู้ที่ให้ทั้งไข่และมดลูก (2) อุ้มบุญเทียม คือการที่ใช้น้ำเชื้อและไข่จากพ่อและแม่ที่แท้จริง แล้วจึงฝากไข่ที่รับการผสมเรียบร้อยแล้วเข้าไปในตัวของแม่อุ้มบุญ ซึ่งจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ตั้งครรภ์แทนจนกว่าทารกจะคลอดออกมา แม่อุ้มบุญแบบที่สองนี้ ทารกจะไม่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมใดๆ กับแม่อุ้มบุญเลย แม่อุ้มบุญทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้ยืมมดลูกเท่านั้น การอุ้มบุญแบบที่สองได้รับการนิยมอย่างมากในปัจจุบันมากกว่าการอุ้มบุญแบบแรก

ในประเทศไทยการอุ้มบุญต้องเป็นไปตามประกาศของแพทยสภาฉบับที่ 1/2540 และฉบับที่ 21/2545 มีนัยสำคัญคือ การอุ้มบุญจะทำได้ต่อเมื่อแม่อุ้มบุญเป็นญาติที่สืบทอดทางสายเลือดจากคู่สมรสเท่านั้น อาจเป็นญาติของฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง แต่ไม่ใช่บุพการี หรือผู้สืบสันดานของทั้งสามีและภรรยาผู้ประสงค์จะมีบุตร ต้องไม่เป็นในลักษณะเลือกเพศ หรือทำในเชิงพาณิชย์ ที่มีการจ่ายสินจ้างรางวัลให้หญิงที่มาตั้งท้องแทน โดยแม่อุ้มบุญต้องเป็นหญิงที่ผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว มีอายุที่เหมาะสม และมีสุขภาพแข็งแรง ประกาศนี้นับว่าคำนึงถึงหลักศีลธรรม เพราะมีนัยไม่ให้กระทำเชิงพาณิชย์

แต่ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นข่าวหรือไม่ก็ตามจะเป็นการลักลอบการอุ้มบุญ เพราะแม่อุ้มบุญส่วนมากจะไม่ใช่ญาติของคู่สมรส และที่ทำส่วนมากก็จะเป็นในเชิงพาณิชย์ เมื่อเป็นในเชิงพาณิชย์ จึงกลายมาเป็น “ธุรกิจอุ้มบุญ” ใครที่มีปัญหามีบุตรยาก มีลูกไม่ได้ หรือรักร่วมเพศ ก็ไม่ต้องกลัวว่าครอบครัวจะขาดสมาชิกตัวน้อยๆ อีกต่อไป

เมื่อเป็นทางเชิงพาณิชย์จึงเกิดปัญหาได้ เช่น กรณีน้องแกรมมี่แฝดชายที่เกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทยที่รับเป็นแม่อุ้มบุญให้คู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย น้องแกรมมี่มีคู่แฝดหญิงมีสุขภาพแข็งแรง แต่น้องแกรมมี่เป็นเด็กดาวน์ซินโดรม ทำให้มีข่าวว่าอาจไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย รวมถึงข่าวพบทารก 9 คนที่เกิดจากการอุ้มบุญที่คอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว ซึ่งเมื่อตรวจดีเอ็นเอของเด็กทั้งหมดจะตรงกับชาวญี่ปุ่นวัย 24 ปี ชายญี่ปุ่นคนนี้มีฐานะมั่งคั่ง ซึ่งสาธารณชนยังตั้งข้อสงสัยว่า อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจอุ้มบุญ และเด็กเชื้อสายอิสราเอลที่เกิดจากหญิงไทยอุ้มบุญร่วม 50 รายที่ยังติดค้างในประเทศไทย

การกำหนดให้ผู้รับเป็นแม่อุ้มบุญต้องเป็นญาติของสามีภรรยา อาจเป็นเพราะผู้ที่เป็นญาติจะมีความผูกพัน และให้ความรักได้มากกว่าบุคคลอื่น เมื่อเด็กเกิดมาเด็กจะรู้สึกผูกพันและมีความเคารพรัก และหากปล่อยให้ใครก็ได้มา (รับจ้าง) เป็นแม่อุ้มบุญก็จะกลายเป็นเชิงพาณิชย์ และอาจขัดกับศีลธรรม เพราะเมื่อคลอดเสร็จเอาเด็กไป ถึงเวลาก็รับจ้างตั้งท้องใหม่ไม่มีความผูกพันกับลูกในอุทธรณ์เท่าที่ควร

นอกจากนี้ การอุ้มบุญเชิงพาณิชย์อาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ได้ เพราะทำไปเพื่อการค้า ทำให้เกิดธุรกิจที่สกปรกแตกย่อยออกไปอีก เช่น การคิดค่านายหน้า การจัดทัวร์จากต่างประเทศเข้ามาเพื่อหาแม่อุ้มบุญชาวไทย

แม้กฎหมายถือว่าเด็กย่อมเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงที่ตั้งครรภ์ แต่การปล่อยให้มีการอุ้มบุญที่ไม่มีกฎหมายมารองรับโดยเฉพาะย่อมเกิดปัญหาตามมามากมาย ประกาศแพทยสภาที่ใช้อยู่ ใช้บังคับแพทย์ที่ทำงานทางด้านอุ้มบุญ แต่ไม่เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับกับบุคคลทั่วไป รัฐควรเร่งผลักดันให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. ... (ซึ่งเคยเป็นร่างกฎหมายมานานแล้ว) เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต ทั้งแม่อุ้มบุญและทารก ให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเร็วที่สุด

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี