
ความท้าทายในบ้านหลังใหม่ของ"คมกริช นงค์สวัสดิ์"
กว่า 18 ปีที่โลดแล่นในวงการรถยนต์ของ คมกริช นงค์สวัสดิ์ ผู้บริหารมือดีคนหนึ่งที่ได้นั่งตำแหน่งคุมการบริหารงานหลายบริษัทรถยนต์ ล่าสุดย้อนหลังไป 3 ปี
โดย...สไปรท์
กว่า 18 ปีที่โลดแล่นในวงการรถยนต์ของ คมกริช นงค์สวัสดิ์ ผู้บริหารมือดีคนหนึ่งที่ได้นั่งตำแหน่งคุมการบริหารงานหลายบริษัทรถยนต์ ล่าสุดย้อนหลังไป 3 ปีอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) มาถึงวันนี้ต้องเรียกว่าเป็นเพียงอดีตไปแล้ว
เนื่องจากบ้านหลังใหม่ล่าสุดของ คมกริช กับตำแหน่งใหม่ ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือเอ็มจีซีเอเชีย ภายหลังรับสิทธิการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และเริ่มต้นทำตลาดมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งดังกล่าวนี้กับ “โพสต์ทูเดย์”
“ความท้าทายและความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (คาแรกเตอร์) พร้อมประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 100 ปี เป็นสิ่งสำคัญของการตัดสินใจและการขยับเพิ่มความหรูหราของแบรนด์เดิม เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในตลาดซูเปอร์ ไฮลักซ์ชัวรี่ สปอร์ต ของแอสตัน มาร์ติน” คมกริช ให้เหตุผลถึงการย้ายบ้านใหม่คราวนี้
การย้ายบ้านครั้งนี้จะต้องปรับตัวพอสมควรกับความท้าทายและวิสัยทัศน์ของบริษัทซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 1,200 คน แต่กระนั้นก็ยังมีความสบายใจได้ส่วนหนึ่งจากทีมงานที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยในวงการกันมาจึงน่าจะสามารถประสานงานได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม การวางแผนและการกำหนดจุดแข็งของผลิตภัณฑ์เป็นจุดหนึ่งที่ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีความชัดเจนในความเป็นตัวตนที่เป็นแบรนด์มีประวัติศาสตร์ เป็นแบรนด์ที่มีความคลาสสิก เป็นแบรนด์ที่สะท้อนความเป็นสุภาพบุรุษอย่างมีสไตล์
การทำให้ แอสตัน มาร์ติน ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาดเมืองไทยจากนี้ไป ต้องสร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์ให้ได้สัมผัสอย่างโดนใจจากผลิตภัณฑ์และการสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้ากลุ่มระดับ “มหาเศรษฐี” ที่มีกว่า 1 หมื่นคนในประเทศไทย ซึ่งภายใน 1-2 ปีต่อจากนี้ จะต้องมีการเติบโตเป็นลำดับตั้งแต่การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านการจำหน่ายและบริการหลังการขายที่ต้องมีการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรองรับกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกสู่ตลาดตามแผน
“ภายในปี 2558 เป็นต้นไปจะได้เห็นการเติบโตของบริษัทในระดับอย่างน้อย 10% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันมียอดจำหน่ายในระดับ 30-40 คัน/ปี” คมกริช วางเป้าหมาย
สำหรับตลาดซูเปอร์ ไฮลักซ์ชัวรี่ สปอร์ต ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปในประเทศไทย มียอดจำหน่ายเฉลี่ย 300 คัน/ปี ซึ่งปัจจุบันยอมรับว่า แอสตัน มาร์ติน ยังไม่ได้อยู่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดด้านยอดจำหน่าย แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจนทำให้มียอดขายติดอันดับดังกล่าวในไม่ช้า







