posttoday
ถอดสูตรร่วมทุน"เอพี"ปรับระบบภายในรับโตยั่งยืน

ถอดสูตรร่วมทุน"เอพี"ปรับระบบภายในรับโตยั่งยืน

20 สิงหาคม 2557

การเดินหน้าประกาศแผนร่วมทุนต่อเนื่องเป็นโครงการที่ 4 ระหว่างบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กับ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

การเดินหน้าประกาศแผนร่วมทุนต่อเนื่องเป็นโครงการที่ 4 ระหว่างบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กับ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียม Aspire สาทร–ท่าพระ มูลค่า 3,300 ล้านบาท มีนัยที่ อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี มองว่าเป็นข่าวดีของประเทศ

ทั้งนี้ เพราะเป็นการตัดสินใจลงทุนภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติของบริษัทยักษ์ใหญ่รายหนึ่งของญี่ปุ่นและครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะการร่วมทุนครั้งก่อนพร้อมกัน 3 โครงการรวด เมื่อปลายปีที่แล้ว สถานการณ์การเมืองในไทยอยู่ในภาวะเริ่มตึงเครียดจากการชุมนุมประท้วง และเมื่อถึงวันที่จะเปิดขายสถานการณ์เริ่มใกล้สุกงอม ก่อนจบด้วยการทำรัฐประหาร

“ตอนเกิดรัฐประหารไม่มีใครไม่ห่วงสถานการณ์ แต่ต้องไม่ลืมว่าเราเจอปัญหาการเมืองแบบนี้มาตลอด 8-9 ปี มันพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า ธุรกิจอสังหาฯ สามารถทนทานต่อปัจจัยทางการเมืองได้ตลอด”

อย่างไรก็ตาม อนุพงษ์มองว่าธุรกิจอสังหาฯ จะไม่กลับไปโตอย่างหวือหวาได้อย่างเมื่อก่อน แต่จะเป็นการเติบโตที่มีความมั่นคงขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในระดับนี้ เพราะโดยส่วนตัวเห็นว่า การที่เศรษฐกิจโต 89% สุดท้ายจะจบด้วยปัญหา เศรษฐกิจควรเติบโตต่อเนื่องในระดับที่ 45% ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาฯ มากกว่า เนื่องจากจะทำให้กลุ่มที่ไม่ใช่มืออาชีพไม่เข้ามาในตลาด ราคาวัสดุจะไม่ปรับสูงขึ้นมาก และจะไม่เกิดการแห่มาเก็งกำไร ดังนั้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่ 45% จึงถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซีอีโอ บริษัท เอพี มองว่า ตลาดจะไม่ตกลงไปมากกว่านี้ แต่จะปรับขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับงบประมาณของภาครัฐที่จะลงไป และให้จับตาตลาดคอนโดมิเนียมที่มีโครงการเปิดใหม่เพิ่มอีกมาก แต่ถึงอย่างไรรวมทั้งปีแล้ว ตลาดคอนโดมิเนียมก็จะยังคงติดลบ สถานการณ์ของธุรกิจอสังหาฯ ในเวลานี้ ผู้ประกอบการรายเล็กจะอยู่ได้ลำบาก ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ แม้ผลประกอบการจะยังดี แต่ทุกบริษัทต้องทำงานหนักและเหนื่อยกันทุกคน

สำหรับเอพีในปีนี้ยังคงเป้ายอดขายและรายได้ไว้เท่าเดิม มีแผนเปิดโครงการใหม่รวม 17 โครงการ ขณะปีที่แล้วเปิด 21 โครงการ ยอดขายของบริษัทยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ แต่พยายามจะไม่ให้โตแบบหวือหวา หรือสักประมาณ 15% ต่อปี เพราะอยากเห็นการโตที่มีคุณภาพ ระบบงานภายในสามารถรองรับได้ ซึ่งการร่วมทุนกับ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท คือสิ่งที่ต้องการจะเรียนรู้ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพของญี่ปุ่น

“ต้องยอมรับว่าธุรกิจในไทยเติบโตมาจากการทำธุรกิจแบบเถ้าแก่ ที่มีจุดอ่อนในแง่ของกระบวนการจัดการ ที่ผ่านมาจากการร่วมทุนกันใน 3 โครงการแรกที่ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี มียอดขายรวมประมาณ 50% ซึ่งมิตซูบิชิ เอสเตท ถือเป็นพันธมิตรที่ดีมาก ไม่เคยปิดบังโนฮาวที่เราต้องการจะรู้ นอกจากนี้การร่วมทุนถือเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับบริษัทจากที่เคยทำได้ 2 โครงการจะกลายเป็น 4 จากการพัฒนาโครงการขนาดเล็กก็สามารถพัฒนาโครงการที่ใหญ่ขึ้นได้” อนุพงศ์ กล่าว

สำหรับโครงการร่วมทุนโครงการที่ 4 Aspire สาทร–ท่าพระ ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู เป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 1,219 ยูนิต ราคาเริ่มต้นกว่า 1 ล้านบาท พร้อมเปิดขายอย่างเป็นทางการในกลางเดือน ต.ค. ส่วนรูปแบบโครงการคราวนี้จะใช้ทีมงานญี่ปุ่นในการวางแนวคิดในการออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมด ซึ่งจะใกล้ตัวมากกว่าโครงการที่ผ่านมา แต่จะตอบโจทย์ได้แค่ไหนต้อง ติดตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท