
แบงก์เจอพิรุธฟ้องศอฉ.
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารสอบรายชื่อบัญชีดำ ศอฉ. ตะลึงพบบริษัทลมตั้งขึ้นลอยๆ ไม่มีธุรกิจจริงแหล่งข่าวจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เท่าที่เห็นข้อมูลเส้นทางเงิน ทำให้พบว่ามีบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาลมๆ ไม่ได้ทำธุรกิจจริง ส่วนจะมีบริษัทใดหรือบุคคลใดรับเงินโอนจากต่างประเทศแบบผิดปกติหรือไม่ คงต้องให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นผู้ดูข้อมูล เพราะข้อมูลนั้นมีมากมายจริงๆ และสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะรู้ข้อมูลของตัวเองเท่านั้น พอพ้นจากตัวเองออกไปสถาบันการเงินอื่นก็ตามไปไม่ถึงแล้ว จึงคิดว่า ศอฉ.จะเห็นข้อมูลดีที่สุด แต่สถาบันการเงินทุกแห่งก็ได้ส่งรายการเดินบัญชี (สเตตเมนต์) ให้ศอฉ. แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มี 2 สิ่งที่ต้องส่งให้ ศอฉ. คือ สเตตเมนต์ และเอกสารประกอบการเปิดบัญชี ซึ่งทุกคนส่งสเตตเมนต์กันครบแล้ว แต่ส่งรายชื่อตามประกาศ 3 ฉบับเท่านั้น คือ 49, 58 และ 61 ส่วนฉบับล่าสุดที่มีอีก 5 รายชื่อยังไม่ได้ส่ง เพราะเพิ่งได้รับประกาศเมื่อเย็นวันที่ 26 พ.ค. ด้านเอกสารประกอบการเปิดบัญชีมีบางธนาคารยังส่งไม่ครบ เพราะเข้าไปเอาเอกสารจากบางสาขายังไม่ได้ ซึ่ง ศอฉ.ก็ผ่อนผันให้
“
นิยามคำว่าผู้รับประโยชน์ทอดสุดท้ายก็ยังตีความกันอยู่ คือ ศอฉ.พูดหลักเกณฑ์แบบคร่าวๆ มาเป็นข้อๆ ไม่ได้มีแบบลายลักษณ์อักษร สถาบันการเงินก็ต้องมาตีความ และดึงข้อมูลคนที่คิดว่าเข้าข่ายเป็นผู้รับประโยชน์ทอดสุดท้าย แต่ก่อนส่งให้ ศอฉ.ก็ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสียก่อน เช่น เช็กไปที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งยังไม่อยากเอ่ยชื่อบุคคลเหล่านั้นในตอนนี้ ส่งไปแล้วก็รอศอฉ.จะว่ายังไง ถ้าเอ่ยชื่อคน ชื่อบริษัทตอนนี้ แล้วสุดท้ายเขาไม่ใช่ ไม่ได้เกี่ยว เขาจะได้รับความเสียหายเปล่าๆ ขอให้รอทุกอย่างนิ่ง จะเผยอะไรได้มากกว่านี้” แหล่งข่าวเปิดเผยรายงานข่าวแจ้งว่า ถึงขณะนี้ได้มีประกาศออกมา 4 ฉบับ เกี่ยวกับรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกสั่งห้ามมิให้สถาบันการเงินกระทำธุรกรรมการเงินใดๆ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ โดย 3 ฉบับแรกมี 147 รายชื่อ และฉบับที่ 4 อีก 5 รายชื่อ
อย่างไรก็ดี ศอฉ.ได้ออกประกาศฉบับที่ 68 ผ่อนผันให้สถาบันการเงินทำธุรกรรมกับผู้เข้าข่ายรายชื่อข้างต้นได้เลย 7 กรณี เพียงแต่ต้องส่งรายงานการทำธุรกรรมตามหลัง ได้แก่ 1.จ่ายภาษี 2.รับฝากเงิน รับโอนเงินเข้าบัญชี 3. จ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการที่ทำเป็นประจำแก่พนักงาน ลูกจ้าง 4.จ่ายค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ 5.ผ่อนชำระหนี้ต่างๆ ทั้งเงินกู้ เช่าซื้อรถยนต์ เบี้ยประกันภัย โอนกรรมสิทธิ์หลักประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย 6.ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ทั้งตัดบัญชีเงินฝาก โอนเงินค่าขายหลักทรัพย์ จ่ายเงินปันผล และ 7. ทำธุรกรรมซื้อขายสัญญาล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์ และตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ทั้งนี้ จากประกาศดังกล่าว ทำให้มีสถาบันการเงินเพิ่มเข้ามาอีก 3 แห่งได้แก่ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ บริษัทซื้อขายสัญญาล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์ และตลาดสินค้าเกษตรหลวงหน้า
นอกจากนี้ ในประกาศดังกล่าว ได้เพิ่มข้อห้ามไม่ให้บุคคลใด รับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลหรือบริษัทที่มีรายชื่อเข้าข่ายตามคำสั่งของ ศอฉ. ซึ่งถ้าสถาบันการเงินพบข้อมูลชัดแจ้งว่ามีผู้ได้รับประโยชน์ทอดสุดท้ายตามนัยดังกล่าว ให้ส่งข้อมูลธุรกรรมให้ศอฉ.ใน 3 วัน หรือถ้าพบเหตุอันควรสงสัยว่ามีธุรกรรมใดเกี่ยวข้องกับผู้รับประโยชน์ทอดสุดท้ายให้แจ้งและส่งข้อมูลมายังศอฉ.ใน 24 ชั่วโมง







