
สภาอุตฯจ่อเลื่อนเป้าผลิตรถ3ล้านคัน
ส.อ.ท.เตรียมเลื่อนเป้าผลิตรถยนต์ได้ 3ล้านคันภายในปี 2560 ออกไปอีก 1-2 ปี ทำไทยพลาดหวังขยับขึ้นเป็นฐานการผลิตอันดับ 9 ของโลก
ส.อ.ท.เตรียมเลื่อนเป้าผลิตรถยนต์ได้ 3ล้านคันภายในปี 2560 ออกไปอีก 1-2 ปี ทำไทยพลาดหวังขยับขึ้นเป็นฐานการผลิตอันดับ 9 ของโลก
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้มากที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะต้องเลื่อนเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมที่คาดว่าจะสามารถผลิตได้ครบ 3 ล้านคัน ในปี 2560 ออกไปอีก 1-2 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร ขณะเดียวกันกำลังซื้อภายในประเทศเองก็ไม่ดีเช่นกัน
ทั้งนี้ หากประเทศไทยสามารถผลิตรถยนต์รวมทั้งส่งออกและจำหน่ายภายในประเทศได้ 3 ล้านคันตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จะทำให้ไทยขยับขึ้นมาเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 9 ของโลก จากปัจจุบันอยู่อันดับ 10 รองจากจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี เกาหลีใต้ อินเดีย บราซิลและแม็กซิโก
"เป้าตัวเลขที่ตั้งไว้ 3 ล้านคันอาจต้องเลื่อนออกไปหรือมารีวิวกันใหม่ เพราะเป็นตัวเลขที่ตั้งไว้ตั้งแต่ก่อนเจอเหตุการณ์น้ำท่วม และปีนี้ความต้องการซื้อรถภายในประเทศเองก็ลดลง เนื่องจากสิ้นสุดโครงการรถคันแรกที่มากระตุ้นตลาด อีกทั้งผู้บริโภคยังไม่มั่นใจ จึงชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์"นายสุรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ โครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) เฟส2 ที่ทางกลุ่มอุตสาหกรรมหวังว่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ภายในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งตามกำหนดรถอีโคคาร์เฟส 2 จะต้องทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปี 2559-2560 แต่ล่าสุดเพิ่งมีการอนุมัติให้การส่งเสริมออกมาเพียง 1 รายจากทั้งหมดที่ยื่นขอรับการส่งเสริมไป 10 ราย
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งรัดการเบิกจ่ายใช้งบประมาณออกมา รวมทั้งเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในโครงการอีโคคาร์เฟส2 ให้ครบโดยเร็ว ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกในการช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายรถยนต์ในประเทศให้เพิ่มขึ้น
สำหรับปีนี้ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป้ายอดการผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 2.2 ล้านคัน โดยเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ 1 ล้านคัน ลดลงจากเดิมที่คาดส่าจะผลิตได้ 1.3 ล้านคัน และเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%
อย่างไรก็ดี ในส่วนของนลาดส่งออกนั้น ยังต้องเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีหลายตลาดที่มีอัตราการขยายตัวลดลง โดยเฉพาะตลาดยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลียและเอเชีย
ขณะที่ตลาดส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดีอยู่คือ ตลาดอเมริกาเหนือและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 32% และส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปในกลุ่มของรถกระบะปิคอัพ







