posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

19 สิงหาคม 2557

"รถไฟ" อนุมัติหลักการให้บริษัทรถไฟฟ้าร.ฟ.ท.ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์คัดเลือกเอกชนซ่อมบำรุงขบวนรถและรางได้ คาดเปิดซ่อมใหญ่ก่อนต.ค.58 เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้โดยสาร

"รถไฟ" อนุมัติหลักการให้บริษัทรถไฟฟ้าร.ฟ.ท.ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์คัดเลือกเอกชนซ่อมบำรุงขบวนรถและรางได้ คาดเปิดซ่อมใหญ่ก่อนต.ค.58 เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้โดยสาร

ไฟเขียวเอกชนซ่อมแอร์พอร์ตลิงค์

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การซ่อมใหญ่แอร์พอร์ตลิงค์ จะเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นกว่าที่กำหนดในเดือน ต.ค. 2558 โดยเฉพาะขบวนรถที่อยู่ในสภาพวิกฤตจะนำมาซ่อมบำรุงก่อน โดยได้ให้ทางคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างสรุปรายละเอียดข้อสังเกตโครงการจัดหาโบกี้ขนสินค้า (แคร่) 308 คัน พร้อมอะไหล่ 9 รายการ 770 ล้านบาท ที่มีการพิจารณาคัดเลือกบริษัท สยามโบกี้ และจะมีการพิจารณาข้อเสนอของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ที่ขออนุมัติว่าจ้างบริษัท ซีเมนส์ และบริษัทคนอร์เบนเซ่ เข้ามาซ่อมย่อยขบวนรถไฟฟ้าและระบบล้อเลื่อนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ และระบบเบรกเป็นการเร่งด่วน

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยบนรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์และขบวนรถนั้น ได้มีการสอบถามกับผู้บริหารของบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. แล้ว พร้อมกับกำชับเร่งรัดให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกขอให้เร่งแก้ไขโดยด่วน ส่วนการซ่อมใหญ่ขบวนรถไฟฟ้านั้นจะหาวิธีการเร่งรัดให้ดำเนินการได้ก่อน ต.ค. 2558 ด้วย

ทั้งนี้ ในการประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท. ได้หารือกับนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานคณะกรรมการ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. รับผิดชอบการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ว่า เห็นด้วยในหลักการตรงกันที่จะมอบอำนาจและแยกการบริหารจัดการโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงรักษาขบวนรถและรางสามารถพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการได้

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ไม่ขัดข้องที่จะโอนสิทธิ์ในขบวนรถไฟฟ้าและราง รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ให้บริษัทรถไฟฟ้าฯเป็นผู้บริหารจัดการทั้งหมด ส่วนรายละเอียดและแนวทางดำเนินการต้องมีการหารือร่วมกันก่อน

“ในหลักการเห็นด้วยที่จะให้บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. รับผิดชอบการบริหารจัดการทั้งโครงการ ความจริงมีการตั้งบริษัทลูกแยกจาก ร.ฟ.ท.อยู่แล้ว จะได้แก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานาน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอยู่ขณะนี้จะได้แก้ไขด้วย” นายอออมสินกล่าว

ด้านนายจำรูญ กล่าวว่า ได้หารือกับประธานบอร์ด รฟท.แล้วว่าจะขออำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ทั้งหมด โดยขอให้ยกขบวนรถไฟฟ้า 9 ขบวนและรางของแอร์พอร์ตลิงก์ ให้ทาง บริษัทรถไฟฟ้าฯเข้ามาดูแล รวมทั้งเงินรายได้ที่จัดเก็บค่าโดยสารปีละกว่า 500 ล้านบาท จะช่วยทำให้การบริหารจัดการซ่อมบำรุงรักษาขบวนรถและปรับปรุงการให้บริการต่างๆเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจได้ทันทีไม่ต้องรอเสนอผ่านบอร์ด ร.ฟ.ท. ซึ่งจะทำให้การวางแผนการบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ปัญหาการซ่อมบำรุงขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดว่าจะเริ่มซ่อมใหญ่ตั้งแต่เม.ย.2557–เม.ย.2558 เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีรัฐบาลและไม่มีใครกล้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะแนวคิดเดิมต้องการเปิดกว้างในการจ้างบริษัทอื่นเข้ามาดำเนินการซ่อมบำรุง ต่อมาพบว่ามีปัญหามากจึงต้องกลับมาว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตรถคือบริษัทซีเมนส์ ทำให้ต้องเสนอเรื่องขออนุมัติจาก ครม.

“การจ้างซ่อมใหญ่ขบวนรถไฟฟ้าจำเป็นต้องว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้า แม้แต่รถไฟฟ้าบีทีเอส.ของบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ(บีทีเอสซี)และรถไฟฟ้าใต้ดินของบริษัทการรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ บีแอ็มซีแอล ก็ทำสัญญาว่าจ้างซ่อมกับบริษัทซีเมนส์นาน 10 ปี ดังนั้น ร.ฟ.ท.คิดผิดตั้งแต่แรกที่คิดว่าจะซ่อมเองได้หรือจ้างบริษัทไหนก็ได้ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมาก เมื่อเจอช่วงไม่มีรัฐบาล ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักหมด “ แหล่งข่าวกล่าว

ส่วนประเด็นเรื่องจุดอันตรายบนแอร์พอร์ตลิงก์นั้น เจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าเข้าไปตรวจสอบและมีการปรับแก้ไขแล้ว มีการเปลี่ยนสปริงยึดรางใกล้ทางโค้งของสถานีลาดกระบังไปยังสถานีสุวรรณภูมิที่พบว่ามีการแตกหักหลายตัว ส่วนจุดรูผุที่ผิวรางนั้นก็เกิดจากการเสียดสีของรางเหล็กกับล้อรถไฟฟ้าที่เป็นเหล็กก็ได้กำชับให้มีการปรับแก้ไขแล้ว ส่วนขบวนรถไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานถึงกำหนดต้องซ่อมใหญ่ก็มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าปรับเปลี่ยนและซ่อมตามสภาพจริงก่อนเข้าสู่การซ่อมใหญ่ ดังนั้นยังคงมีความปลอดภัย ในขณะเดียวกันได้สั่งปรับลดขนาดของความเร็วลงอีกทางหนึ่ง

เร่งวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนที่ตกในหลายพื้นที่ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ คาดว่าสิ้นฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 อ่าง คือ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน ป่าสักชลสิทธิ์ ที่ให้สำหรับทำการเกษตรและการอุปโภค ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาใหญ่ จะมีปริมาณน้ำใช้การได้อาจน้อยกว่า หรือเท่ากับปี 2556 ที่มีประมาณ 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลต่อพื้นที่นาปรังปี 2557/2558 ที่คาดว่าจะส่งเสริมได้ประมาณ 4 ล้านไร่ หรือน้อยกว่า จึงได้เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพิจารณาและวางแผนการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง หากลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวปริมาณน้ำที่คาดการณ์ไว้จะสามารถใช้ได้เพียงพอตลอดฤดูแล้งปี 2558

สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของกรมชลฯใน 4 ภาคที่จะรับฟังจากคณะกรรมการลุ่มน้ำและประชาชนเวลาทีละ100 คน ประกอบด้วยภาคเหนือ วันที่ 8 ก.ย. จ.เชียงใหม่ จากลุ่มปิง วัง กก โขงเหนือและสาละวิน วันที่ 9 ก.ย. จ.พิษณุโลก ประชาชนจากลุ่มน้ำยม และน่าน ภาคกลางวันที่ 10 ก.ย. ที่ จ.พระนครศรีอยุทยา จากลุ่มน้ำสะแกกรัง เจ้าพระยา ป่าสัก ท่าจีน วันที่ 11 ก.ย. จ.เพชรบุรี ลุ่มน้ำแม่กลอง และชายฝั่งทะเลตะวันตก วันที่ 12 ก.ย. ที่จ.ระยอง ลุ่มน้ำปราจีน บางประกง โตนเลสาบ และฝั่งทะเลตะวันออก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี