posttoday
ราคาพันธบัตรลดลงเล็กน้อยต่างชาติยังคงไหลเข้าตราสารหนี้ไทย

ราคาพันธบัตรลดลงเล็กน้อยต่างชาติยังคงไหลเข้าตราสารหนี้ไทย

19 สิงหาคม 2557

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (13-15 ส.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 215,156 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 71,719 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 14% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 147,850 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 47,829 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,291 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (13-15 ส.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 215,156 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 71,719 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 14% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 147,850 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 47,829 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,291 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB196A (อายุ 4.8 ปี) LB616A (อายุ 46.8 ปี) และ LB236A (อายุ 8.8 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 25,289 ล้านบาท 6,498 ล้านบาท และ 4,228 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือรุ่น CB14902A (อายุ 14 วัน) CB14N13B (อายุ 91 วัน) และ CB14O30A (อายุ 76 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 30,242 ล้านบาท 8,205 ล้านบาท และ 8,095 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT158A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 497 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ รุ่น BGH233A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 421 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น รุ่น DTAC167A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 397 ล้านบาท

ราคาของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.020.05% ทั้งนี้แม้เงินทุนต่างชาติจะไหลออกจากตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ยังคงไหลเข้าในตราสารหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยการไหลออกจากตราสารระยะสั้น ส่วนหนึ่งเป็นการขายเพื่อทำกำไรตามปกติ เนื่องจากเม็ดเงินปริมาณมากที่ไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะสั้น จนมีผลทำให้ราคาของตราสารช่วงอายุดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ บวกกับค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น จึงถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติขายทำกำไร ขณะเดียวกันด้วยสภาพเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ที่ยังคงเปราะบาง ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2557 ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ที่ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง ทำให้อาจมีผลต่อการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประเด็นเหล่านี้นับเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตาม เนื่องจากจะมีผลต่อการไหลเข้าออกของกระแสเงินทุนต่างชาติในช่วงระยะเวลาถัดไป

นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน 6,793 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 4,305 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 11,098 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 323 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า