
‘โซลาร์’แห่ไอพีโอ
บริษัทลูกเขยเสี่ยเจริญมาลีนนท์หุ้นโยงพลังงานทดแทนวิ่งฉิว
บริษัทลูกเขยเสี่ยเจริญมาลีนนท์หุ้นโยงพลังงานทดแทนวิ่งฉิว
พลังงานทดแทนเฮโลเข้าตลาดหุ้น PSTC ของลูกเขยเสี่ยเจริญ ยื่นไฟลิ่งแล้ว TSE กลุ่มมาลีนนท์จ่อยื่น
บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นที่จะเสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ซึ่งดำเนินธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) จำนวน 22 ล้านหุ้น หรือ 1.2% ของทุนทั้งหมด 450 ล้านบาท พาร์หุ้นละ 1 บาท
การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้เพื่อต้องการถือหุ้น TSE ให้อยู่ในระดับ 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เพราะถ้าหากไม่ซื้อเพิ่มจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจากเดิมที่ถืออยู่ 25% เหลือเพียง 18.8% เมื่อ TSE จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ทั้งนี้ การจะเข้าซื้อหุ้นไอพีโอของ TSE ในราคาเท่ากับที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปแล้ว WAVE จะได้รับทั้งเงินปันผลกำไรส่วนเกินราคาทุน รวมถึงยังรับรู้ผลกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น
ด้าน น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร TSE กล่าวว่า ขณะนี้ TSE กำลังเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
“ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดรายละเอียดใดๆ ได้ เพราะอยู่ระหว่างจะยื่นไฟลิ่ง และคาดว่าในช่วงปลายไตรมาส 3 น่าจะเห็นความเรียบร้อย” น.ส.แคทลีน กล่าว
สำหรับผลดำเนินงาน TSE ปรับตัวดีขึ้นมาก โดยสิ้นเดือน มิ.ย. 2557 มีกำไรสุทธิ 648 ล้านบาท พลิกจากสิ้นเดือน ธ.ค. 2556 ที่ขาดทุน 15 ล้านบาท และสิ้นปี 2555 ขาดทุนอยู่ที่ 102 ล้านบาท
ด้าน บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) ซึ่งมีกลุ่มนายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ลูกเขยนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 30% หรือ 525 ล้านหุ้น ได้ยื่นไฟลิ่งเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เสนอขายหุ้น 450 ล้านหุ้น หรือ 20.45% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) เปิดเผยว่า บริษัท โตโยไทย โซลาร์ เพาเวอร์ (TTSP) ในประเทศสิงคโปร์ ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท สยาม โซลาร์ เพาเวอร์ ในประทศไทย จำนวน 5% เท่ากับ 1.25 แสนหุ้น ในราคาหุ้นละ 105 บาท เป็นเงิน 13.12 ล้านบาท จากบริษัท โกลบอล บิสซิเนส แมเนจเม้นท์
บริษัท สยาม โซลาร์ เพาเวอร์ ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ ที่ จ.อ่างทอง และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ปัจจุบันถือหุ้นโดย TTCL จำนวน 25% และบริษัท โกลบอล บิสซิเนส แมเนจเม้นท์ ถือหุ้น 5%
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ว่า หุ้นที่จะได้รับผลบวกจากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมพลังงานทดแทนใน 2 มิติ ได้แก่ (1) มิติของระยะเวลาที่เร่งรัดให้เร็วขึ้นกว่ากรอบของแผนฉบับล่าสุดเกือบ 6 ปี ซึ่งจะทำให้งานพัฒนาโซลาฟาร์มและโซลาร์บนหลังคาไหลทะลักในตลาดกว่า 1.1 แสนล้านบาท ใน 2 ปีนี้ และ (2) มิติของราคารับซื้อไฟฟ้าที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ผู้ที่จะได้สัญญาใหม่จากนี้จะไม่ได้ผลตอบแทนสูงลิ่วเหมือนสัญญาก่อนหน้า แต่ผลตอบแทนก็อยู่ในระดับน่าพอใจ อีกทั้งยังมีกรอบระยะเวลารับซื้อที่ยาวกว่าเดิมถึง 15 ปี
“ผู้รับเหมางานพลังงานทดแทน จะได้รับประโยชน์สูงสุดในระยะ 2 ปีนี้ ผู้ถือใบอนุญาตก็ยังคงได้ประโยชน์เช่นกัน หุ้นในกลุ่มนี้ เช่น EA, EPCO, IFEC, SPCG, SUPER” บล.เมย์แบงก์ ระบุ







