
ภารกิจ"พินทองทา"ปั้น"เรนด์"เติมเต็มธุรกิจอสังหาฯ
ถือเป็นการแตกแขนงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มชินวัตรจากเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ถือเป็นการแตกแขนงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มชินวัตรจากเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ที่เน้นการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เพื่อขาย ขณะที่ เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ อีกหนึ่งบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของคนตระกูลชินวัตร โดยมี พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ กุมบังเหียน จะเน้นพัฒนาโครงการขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม หรือโรงแรมที่มีแนวคิดเฉพาะเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว
พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ได้ก่อตั้งบริษัท เรนด์ฯ มานาน 3 ปี โดยเริ่มจากการนำที่ดินสะสมของครอบครัวที่มีอยู่หลายแปลง มาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากโครงการเรนด์ คอนโดมิเนียม ในซอยสุขุมวิท 23
ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จะมีความแตกต่างจากบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ที่ครอบครัวชินวัตรถือหุ้นใหญ่ โดยรูปแบบของเรนด์นั้นจะนำที่ดินแปลงขนาดเล็ก เช่น ที่ดินขนาด 250 ตารางวา (ตร.ว.) ซึ่งเอสซีฯ จะไม่ทำโครงการดังกล่าวมาพัฒนาเพราะขนาดของที่ดินเล็กเกินไป จึงนำมาพัฒนาเป็นโครงการเรนด์ คอนโด มิเนียม เพราะเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในซอยมีจำนวนยูนิตเพียง 50 ห้อง ปัจจุบันได้ปิดการขายไปแล้ว
ขณะเดียวกันก็อาศัยประสบการณ์ 4 ปี ที่ได้รับจากการทำงานในเอสซี แอสเสท และมองเห็นโอกาสการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตขึ้นทุกปี ตรงกับความ ต้องการที่ต้องการในการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ประเภทให้เช่ามากกว่าเพื่อขาย เพราะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับใน 13 ปีแรกจะเน้นไปยังธุรกิจโรงแรมก่อน โดยโครงการแรกที่เขาใหญ่ บริเวณถนน ธนะรัชต์ ชื่อโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ระดับ 4 ดาว มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่รวม 40 ไร่ โดยแบ่งที่ดินนำมาพัฒนาก่อน 10 ไร่ จำนวน 58 ห้อง ทั้งในรูปแบบห้องพักและวิลล่าสไตล์อังกฤษ ปัจจุบันอัตราค่าพักเริ่มต้นที่ 3,5004,000 บาท/คืน ส่วนวิลล่าจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท/คืน เป็นต้น
“ธุรกิจโรงแรมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขันได้ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ทำเลตัวโปรดักต์ที่มีความแตกต่าง และน่าสนใจและเชื่อว่าโครงการที่เขาใหญ่ใหญ่น่าจะไปได้ดี เพราะโรงแรมออกแบบและก่อสร้างสไตล์อังกฤษ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์รวมไปถึงการเลือกของใช้ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่ ก็ได้ร่วมกันทดสอบกับน้องสาวอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ว่าใช้งานสินค้าสามารถ ใช้งานได้ดี ก่อนจะนำมาใช้บริการจริงภายในโรงแรม” พินทองทา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนในครึ่งปีหลัง โดยจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อขาย ตั้งอยู่ถนนสาทรซอย 7 ซึ่งเป็นการซื้อเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ สูง 12 ชั้น จำนวน 49 ห้อง มาพัฒนาใหม่ เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางการตลาดและมีความเหมาะสมมากกว่าที่จะพัฒนาเป็นโรงแรม
ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการพัฒนาโรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเพลินจิต ซึ่งเป็นที่ดินเดิมของปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการต่อไปในพื้นที่พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ แต่ธุรกิจที่พัฒนานั้นจะยังคงแนวคิดการเป็นโครงการขนาดเล็ก
“ทุกโครงการที่พัฒนานั้นจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เห็นถึงคุณภาพของสินค้าที่ดีและพยายามหาจุดขาย ที่แตกต่าง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนมาถามว่าเป็นโครงการของใคร เราก็บอกว่าเป็นของกลุ่มชินวัตร ไม่ได้มีการปิดบังอะไร และไม่ว่าใครจะว่าอะไรเราก็แล้วแต่ เราจะต้องพัฒนาโครงการให้ได้ดีที่สุด ให้ตัวสินค้าที่พัฒนานั้นเป็นตัวตอบโจทย์ว่าดีอย่างไร โดยไม่ต้องการให้ปัญหาทางการเมืองมาสร้างความกังวลใจ” พินทองทา กล่าวทิ้งท้าย







