
คมนาคมเดินหน้าตั้งกรมราง
คมนาคม สั่ง สนข. ถก การรถไฟขอโอนทรัพย์สิน ที่ดิน หนี้สินคืน ให้จบ 3 สัปดาห์ พร้อมลดบทบาท รฟม.- รฟท. เหลือแค่เดินรถอย่างเดียว คาดตั้งกรมฯ ให้เสร็จในปี 58
คมนาคม สั่ง สนข. ถก การรถไฟขอโอนทรัพย์สิน ที่ดิน หนี้สินคืน ให้จบ 3 สัปดาห์ พร้อมลดบทบาท รฟม.- รฟท. เหลือแค่เดินรถอย่างเดียว คาดตั้งกรมฯ ให้เสร็จในปี 58
นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง (กรมราง) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)เร่งหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เพื่อหาแนวทางการโอนทรัพย์สิน และปรับบทบาทหน่วยงานใหม่ ให้สอดคล้องกับการตั้งกรมการขนส่งทางราง โดยจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ใน3 สัปดาห์ เพื่อกลับมาประชุมและผลักดันการตั้งกรมรางให้เสร็จทันปี 2558 ทั้งนี้ในส่วน ร.ฟ.ท.จะต้องหารือกันอย่างรอบคอบ โดยจะปรับบทบาท ร.ฟ.ท.ให้เป็นหน่วยงานสำหรับเดินรถอย่างเดียว ส่วนหน้าที่การลงทุนก่อสร้าง ซ่อมบำรุงทางจะย้ายมาอยู่ในกรมรางทั้งหมด ขณะเดียวกันจะหารือการโอนทรัพย์สิน ที่ดิน และหนี้สินของ ร.ฟ.ท.ว่าจะโอนเท่าไร และปลดภาระหนี้สินอย่างไร เพื่อให้การรถไฟมีความพร้อมแข่งขันเดินรถกับภาคเอกชน ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะต้องทำให้สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูกิจการร.ฟ.ทที่กำลังทำในปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปได้ว่า โครงสร้างร.ฟ.ท.ใหม่จะไม่หนี้ และอาจมีทรัพย์สินบางประเภทไว้ เช่น ศูนย์ซ่อมรถเพราะมีความจำเป็นในธุรกิจเดินรถ ส่วน รฟม .ปัจจุบันมีหน้าที่กำกับดูแลการเดินรถไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งหน้าที่คล้ายกับกรมรางฯ จึงต้องหารือว่า รฟม.จะปรับหน้าที่อย่างไรให้ไม่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งเป็นไปอาจเหลือหน้าที่สำหรับเดินรถไฟฟ้า ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด สนข.จะไปหารือกับทั้ง 2 หน่วยงานในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน3 สัปดาห์
“กรมรางที่เกิดขึ้นจะมีหน้าที่หลัก 2 ด้าน คือ หน้าที่กำกับดูแลหรือเรคกูเลเตอร์ มาตรฐานการให้บริการ ค่าตั๋ว ความปลอดภัยในการขนส่งทางราง ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในอนาคต อีกหน้าที่คือดูแลการลงทุนสร้างทางรถไฟ การซ่อมแซมบำรุงรักษา และหารายได้จากการเปิดให้เอกชน รวมถึง ร.ฟ.ท.และ รฟม.มาเดินรถ” นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัย กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
(ก.พ.ร.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ยังได้เสนอในที่ประชุมให้ มีการกำหนดภารกิจของกรมการขนส่งทางรางให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นโครงสร้างการทำงาน กำลังพลที่ชัดมากขึ้น ซึ่งในส่วนอัตรากำลังคนเบื้องต้น กรมรางจะใช้เจ้าหน้าที่และผู้บริหาร 275 คน บางส่วนจะโอนจาก ร.ฟ.ท.และ รฟม.ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องหารือให้ได้ข้อสรุปภายในกระทรวงคมนาคม จากนั้นเสนอให้ ก.พ.ร. ครม. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา







