
เสือเหลืองดันธุรกิจออนไลน์
หวังอีคอมเมิร์ซเพิ่มสัดส่วนจีดีพีหนุนช่วยรายย่อยผ่านโครงการมอสติ
หวังอีคอมเมิร์ซเพิ่มสัดส่วนจีดีพีหนุนช่วยรายย่อยผ่านโครงการมอสติ
โครงการมอสติในมาเลเซียเร่งกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเจาะตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซ หวังเพิ่มจีดีพี
เว็บไซต์ข่าวมาเลเซีย ไทมส์ รายงานข่าวโดยอ้างคำกล่าวของ ดาโต๊ะ เอวอน เอบิน รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซีย ที่กล่าวว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในมาเลเซีย มีสัดส่วนราว 97% ของสถานประกอบการทั้งหมดที่ตั้งขึ้นภายในประเทศ ทว่าผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 70% ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
นอกจากนี้ รัฐมนตรีของมาเลเซียยังกล่าวเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวระหว่างการประชุมด้านอีคอมเมิร์ซ 2014 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาด้วยว่า นักธุรกิจชาวมาเลเซียโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีควรเข้าไปเจาะตลาดการค้าผ่านทางโลกออนไลน์ในรูปแบบบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้
ดาโต๊ะ เอวอน เอบิน ระบุว่า การดำเนินธุรกิจผ่านทางออนไลน์ จะช่วยให้ ผู้ประกอบการสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้จำนวนมากในการเข้ามาชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นการค้าขายผ่านทางออนไลน์ยังช่วยกระจายสินค้าเอสเอ็มอีให้แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เพิ่มสูงขึ้น
“สัดส่วนของภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในจีดีพีของประเทศอยู่ที่ระดับเพียงแค่ 33 ซึ่งจีดีพีน่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่านี้ผ่านการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอี เราจึงต้องช่วยให้ผู้ประกอบการปลดปล่อยหรือขยายศักยภาพที่มีออกมา” รัฐมนตรีของมาเลเซียแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ดาโต๊ะ เอวอน เอบิน ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าขนาดของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศมาเลเซีย มีมูลค่าราว 3,650 ล้านริงกิต โดยมีการค้าขายผ่านทางมือถือถึง 1,820 ล้านริงกิต โดยหวังว่าตัวเลขมูลค่าการค้าในรูปแบบพาณิชย์ออนไลน์จะเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงวิทยา ศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมของมาเลเซีย จึงได้จัดโปรแกรมให้ความช่วยเหลือในการวิจัยพัฒนาและการค้าแบบอีคอมเมิร์ซ ภายใต้โครงการ “มอสติ” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของกระทรวง ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อการค้าในรูปแบบบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 60 ผลิตภัณฑ์ภายในสิ้นปีนี้







