
บลจ.วรรณลุ้นหุ้นจับตาครม.ชุดใหม่
บลจ.วรรณ มองหุ้นจับตา ครม. หาก 3 กระทรวงหลักเป็นที่ยอมรับ มีลุ้น 1,600-1,650 จุด
บลจ.วรรณ มองหุ้นจับตา ครม. หาก 3 กระทรวงหลักเป็นที่ยอมรับ มีลุ้น 1,600-1,650 จุด
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงสำคัญจากปัจจัยการเมือง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงได้ โดยขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะใน 3 กระทรวงหลักสำคัญ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ควรได้คนที่ทำงานเป็นและเป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติได้
“ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท โอกาสที่จะเห็นเงินลงทุนของต่างชาติไหลเข้ามาจำนวนมากจะต้องขึ้นกับโฉมหน้า ครม.หากเป็นที่ยอมรับอาจเห็นหุ้นไทยวิ่งขึ้นไปแตะระดับ 1,600–1,650 จุด แต่หาก 3 กระทรวงหลักเป็นทหารทั้งหมด โอกาสเห็นหุ้นไทยหลุด 1,500 จุด ลงไปแตะ 1,400 จุด” นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ การที่เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาจะต้องเห็นภาพทุกอย่างคลี่คลายไปในเชิงบวก นอกจากมี ครม.เป็นที่ยอมรับแล้ว ต้องยกเลิกกฎอัยการศึก ตลอดจนแผนนโยบายต่างๆ ที่จะต้องทำให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันยังไม่เห็นภาพ รวมถึงงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท
นายวิน กล่าวว่า บริษัทยังมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในปีนี้อยู่ที่ 1,550–1,570 จุด บนสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2558 ประมาณ 1314 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต หากกำไรบริษัทจดทะเบียนปรับตัวขึ้นตามไม่ทัน โอกาสที่หุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นต่อคงยาก
เพราะที่ผ่านมาหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาจากพี/อีที่เพิ่มขึ้น จากเดิมตลาดมองกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 102 บาท แต่ล่าสุดมองกันอยู่ที่ระดับ 99 บาทเท่านั้น ซึ่งกำไรดังกล่าวเป็นการมองหลังมีการรัฐประหาร บนภาพความคาดหวังของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังที่จะฟื้นตัวแล้ว
“ปีนี้เราคงไม่ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์แล้ว เพราะมองว่าตลาดมีโอกาสในขาลงมากกว่าขาขึ้น โดยหุ้นที่ยังชอบและให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มอุปโภคบริโภค โดยลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน เพราะราคาปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และให้น้ำหนักกลุ่มพลังงานเท่ากับตลาด” นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มอีก 1 กอง ซึ่งอยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติ คาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ โดยลงทุนในกรรมสิทธิ์โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เกาะพีพี ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว อยู่บนหาดส่วนตัว มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท
สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ศรีไทยสมาร์ท สโตเรจ (SSTSS) ซึ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ราคา 10 บาท เท่ากับราคาเสนอขายครั้งแรก







