
"บิ๊กมอนิเตอร์เซลล์"ปลุกตลาดรถยนต์กลางปี
แม้จะเข้าสู่ช่วงกลางปีซึ่งเป็นช่วง “โลว์ซีซั่น” จากการเปิดภาคเรียนและฤดูฝน ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงบางส่วน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
แม้จะเข้าสู่ช่วงกลางปีซึ่งเป็นช่วง “โลว์ซีซั่น” จากการเปิดภาคเรียนและฤดูฝน ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงบางส่วน ทำให้สินค้าบางประเภทชะลอการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดใดๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์
แต่ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ในฐานะผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แกรนด์ มอเตอร์ เซลส์” หรือบิ๊ก มอเตอร์เซลส์ กลับมองต่างมุม เชื่อว่าผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อ จึงมีแนวคิดในการจัดงานที่เน้นการซื้อขายเป็นศูนย์รวมแหล่งนัดพบการจัดแสดงรถยนต์และข้อเสนอพิเศษที่มอบให้มากกว่าปกติ เพื่อให้ความต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตตรงความพึงพอใจเช่นกัน ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทย ทำให้ตลาดรถยนต์ลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2557 ที่ตลาดรถยนต์มียอดขายลดลงเฉลี่ย 40%
งานนี้จึงเป็นความหวังของผู้ผลิตที่จะทยอยระบายสต๊อกสินค้าให้ได้ ซึ่งการให้เช่าพื้นที่จัดงานในราคาถูก เพื่อให้ต้นทุนของผู้ผลิตน้อยที่สุด เพื่อให้ผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคที่จะได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยภายในงานจึงถูกรวมเอาความหลากหลายของแบรนด์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก เรือ ทุกรุ่นทุกแบรนด์รวมกว่า 80 บริษัท และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องรถยนต์อีกกว่า 300 บูธ อีกทั้งยังเปิดให้ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระและรถมือสองที่มีให้เลือกตั้งแต่รถยนต์ราคาไม่กี่แสนบาทไปจนกระทั่งรถยนต์ราคาสูงสุด 40 ล้านบาท
พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็น “มหกรรมยานยนต์เพื่อขาย” ที่รวมเอาข้อเสนอพิเศษที่ดีที่สุดงานหนึ่งแห่งปี เช่น ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ขับฟรีนาน 90 วัน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ของแถมต่างๆ มากมาย และข้อเสนออื่นๆ สำหรับผู้ที่สนใจในงาน
ไม่เท่านั้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการเปิดขายรถยนต์หลังเปิดตัวครั้งแรกภายนอกงาน ยังถูกรวมไว้ภายในงานนี้อีกไม่น้อย
เริ่มต้นจากบริษัท เยอรมัน มอเตอร์ เวิร์ค ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ออดี้อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้นำ “ออดี้ เอ3 ลิมูซีน” (Audi A3 Limousine) ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500–3,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด โดยสนนราคาอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท
ตามมาด้วยบริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์เกียในประเทศไทย ได้เปิดตัวรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู “เซลาโต้ คูปป์” (Cerato Koup) โฉบเฉี่ยวสไตล์ยุโรป มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้าที่ 6,500 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ขณะที่บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวรถยนต์สปอร์ตซีดาน “ซูบารุ ดับเบิ้ลยูอาร์เอ็กซ์ เอสทีไอ” (Subaru WRX STI) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บอกซ์เตอร์ 2.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ในราคา 3.45 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก “ตงฟง พลัส” เพิ่มแค็บขนาด 31.2 ซม. ให้สามารถเก็บของและปรับองศาเบาะได้มากขึ้น มาพร้อมราคา 3.28 แสนบาท
สำหรับบริษัท แม็คซัส มอเตอร์ (ไทยแลนด์) ได้เปิดตัว “แม็คซัส วี 80” รถตู้ขนาด 16 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ราคาจำหน่าย 1.39 ล้านบาท
ส่วนบริษัท นิชคาร์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์แลมโบร์กินีในประเทศไทย ได้เปิดตัวรถสปอร์ต “แลมโบร์กินี ฮูราแคน” (Lamborghini Huracan) ด้วยเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ วี10 ขนาด 5.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 610 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท
ด้านรถยนต์ที่ได้เปิดขายครั้งแรกภายหลังการเปิดตัวครั้งแรกภายนอกงาน ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่นำรถยนต์เลกซัส เอ็นเอ็กซ์ 300 เอช มาจำหน่ายภายในงานที่ราคาเริ่มต้น 2.79-3.99 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดขายฮอนด้าซิตี้ ซีเอ็นจี ราคา 6.12-7.11 แสนบาท และบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เปิดขายฮุนได เอลันตร้า สปอร์ต ในราคา 7.49-8.98 แสนบาท
งานดังกล่าวเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 24 ส.ค. ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งเชื่อว่า คงจะเป็นงานหนึ่งที่คืนความสุข ทำให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคยิ้มได้ทั้งสองฝ่ายในสถานการณ์เช่นนี้







