
ทีวีดิจิทัล 4 เดือนช้ากว่าแผนหลายช่องเดดแอร์! รอชัดเจน
ผ่านไปแล้ว 4 เดือน สำหรับการเปลี่ยนผ่านทีวีไทยจากระบบอะนาล็อกสู่ดิจิทัล โดยภาพรวมการเปลี่ยนน้อยมาก ผู้ชมส่วนใหญ่ยังรับชมฟรีทีวีระบบเดิมอะนาล็อก เพราะหลายจังหวัดยังรับสัญญาณทีวีดิจิทัลไม่ได้ ประกอบกับสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่แจกคูปองส่วนลดซื้อกล่องแปลงสัญญาณ (เซตท็อปบ็อกซ์) หรือใช้ลดซื้อทีวีดิจิทัล จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ยังไร้แรงจูงใจเปลี่ยนไปรับสัญญาณทีวีดิจิทัล
ผ่านไปแล้ว 4 เดือน สำหรับการเปลี่ยนผ่านทีวีไทยจากระบบอะนาล็อกสู่ดิจิทัล โดยภาพรวมการเปลี่ยนน้อยมาก ผู้ชมส่วนใหญ่ยังรับชมฟรีทีวีระบบเดิมอะนาล็อก เพราะหลายจังหวัดยังรับสัญญาณทีวีดิจิทัลไม่ได้ ประกอบกับสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่แจกคูปองส่วนลดซื้อกล่องแปลงสัญญาณ (เซตท็อปบ็อกซ์) หรือใช้ลดซื้อทีวีดิจิทัล จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ยังไร้แรงจูงใจเปลี่ยนไปรับสัญญาณทีวีดิจิทัล
จากความล่าช้าดังกล่าว ปัจจุบันจึงมีครัวเรือนเพียง 13-14% ของ 22 ล้านครัวเรือนเท่านั้น ที่ดูทีวีดิจิทัลได้
จาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถือว่าผิดหวังนิดหน่อย เพราะทุกคนหวังว่าการเกิดของทีวีดิจิทัลจะเป็นตัวขับเคลื่อนวงการโทรทัศน์ไทย แต่เมื่อทุกอย่างไม่พร้อม จำนวนผู้ชมก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และผลที่ตามมาคือ ไม่มีโฆษณา เนื่องจากเอเยนซีจะซื้อโฆษณารายการทีวีก็ต่อเมื่อมีผู้ชมเท่านั้น
ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดของตัวเองไว้ โดยเฉพาะช่องที่เริ่มติดตลาด ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีช่องอะนาล็อกเดิมก็ยังคงให้ความสำคัญกับช่องอะนาล็อก เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่ติดตลาด จะเห็นได้ว่าการลงทุนเนื้อหาหรือคอนเทนต์ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการยังคงให้ความสำคัญกับช่องอะนาล็อก ยกเว้นผู้ประกอบการที่มีสายป่านยาวก็ยังคงใช้งบลงทุนคอนเทนต์ใหม่ๆ ในช่องทีวีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้การผลิตคอนเทนต์ต้องเวทแอนด์ซี และเน้นทำงานกับธุรกิจในกลุ่มแรกนั่นก็คือ ทีวีอะนาล็อก และทีวีดิจิทัลที่ติดตลาดแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งศึกษาธุรกิจกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มทีวีดิจิทัลหน้าใหม่ หรือกลุ่มทีวีดิจิทัลที่มีความเฉพาะในด้านของรายการ เพราะช่องทางดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายธุรกิจ
จาฤก กล่าวอีกว่า ผลกระทบที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทำให้บางช่องต้องเลื่อนการออกอากาศรายการใหม่ไปเป็นปี 2558 ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่และมีสายป่านไม่ยาวถือว่ามีความน่าเป็นห่วงมากที่สุด ส่วนรายเก่าถือว่าไม่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากรู้วิธีการดำเนินธุรกิจทีวีอยู่แล้ว
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะเลื่อนการออกอากาศทีวีดิจิทัลทั้ง 3 ช่องเต็มรูปแบบไปเป็นปี 2558 จากเดิมมีแผนที่จะนำรายการใหม่ออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากยังพบความบกพร่องของ กสทช.ในหลายเรื่อง เช่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การขยายโครงข่าย (มักซ์) การแจกคูปอง หรือการสร้างความชัดเจนในกติกา
ทั้งนี้ หากต้นปีหน้า กสทช.ยังไม่มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว ช่อง 3 ก็มีแผนที่จะเลื่อนการออกอากาศทีวีดิจิทัลเต็มรูปแบบออกไปอีก เนื่องช่วงเวลานี้ไม่เหมาะกับการใช้งบลงทุนโดยเฉพาะช่อง 3HD ซึ่งใช้เงินในการประมูลไปค่อนข้างสูง และเหตุผลที่เข้าไปประมูลช่องดังกล่าว เพราะต้องการให้ผู้ชมได้ชมรายการทีวีในระบบความคมชัดสูง(HD) จริงๆ แต่นอนนี้กลับมีสัดส่วนผู้ชมทีวีดิจิทัลเพียง 13-14% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารจากช่องพีพีทีวี กล่าวว่า สิ่งที่ขอเสนอแนะให้ กสทช. เร่งดำเนินการนับจากนี้มีด้วยกัน 3 ส่วนหลัก คือ 1.การประชาสัมพันธ์ส่งเสริมเรื่องทีวีดิจิตอล ส่งเสริมรณรงค์ให้เข้าถึงประชาชนทั้งประเทศ 2.แผนงานสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิตอล 3. สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของคูปอง รณรงค์กระตุ้นตลาดให้จูงใจกลุ่มเป้าหมาย และจัดทำประชาสัมพันธ์การขยายโครงข่าย รวมทั้งจัดทำเวิร์คช้อปร่วมกัน อย่างไรก็ดี หาก กสทช.ไม่เร่งดำเนินการภายในเดือน ก.ย.นี้ ผู้ประกอบการจะยื่นข้อเสนอขอเลื่อนการจ่ายค่าสัมปทานในรอบต่อไป ซึ่งจะต้องจ่ายประมาณเดือน ก.พ.-มี.ค. 2558 และถ้าหากภายใน 3 เดือนไม่มีความคืบหน้า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะหยุดผลิตรายการ ส่วนค่าโครงข่ายขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขอชะลอการจ่ายค่าใช้บริการ ซึ่งในส่วนของช่องพีพีทีวี ตอนนี้ได้ยื่นหนังสือขอชะลอการจ่ายค่าโครงการไปยัง ททบ.แล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้เสนอไปทางคณะรักษาความสงบห่งชาติ (คสช.) คือ การพิจารณาใช้คูปองร่วมกับกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมได้ เนื่องจากปัจจุบันครัวเรือนไทย 70% ดูทีวีโดยผ่านกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม หากสามารถใช้คูปองร่วมกันได้ทั้งซื้อใหม่และอัพเดทระบบสัญญาณจาก DVBS1 เป็น DVBS2 น่าจะช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้อีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายใหม่ระบบความคมชัดสูง(HD) อย่าง ช่องอมรินทร์ทีวี, ช่องไทยรัฐทีวี,ช่องวัน และช่องพีพีทีวี เนื่องจากเป็นช่องที่เสียเปรียบช่องอนาล็อคเดิม
สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหารช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล กล่าวว่า ราคาคูปองที่ กสทช.ประกาศออกมาว่าจะแจกในราคา 690 บาท ถ้าผู้บริโภคไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่างก็จบ และถือเป็นการล้มทั้งระบบของธุรกิจทีวีดิจิทัล เนื่องจากประชาชนไม่ให้ความสนใจที่จะรับชมรายการของช่องทีวีดิจิทัล หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือว่าส่งผลกระทบอย่างมากกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
เสียงสะท้อนดังกล่าวน่าจะพอนำมาซึ่งสัญญาณอันตรายของธุรกิจทีวีดิจิทัล เพราะผ่านไป 4 เดือนจำนวนผู้ชมยังมีสัดส่วนแค่กว่า 10% เท่านั้น ถือว่าต่ำกว่าแผนมาก หากสิ้นปีนี้ยังไม่ขยับขึ้นได้เท่าตัว และเมื่อครบปีแรกรัศมีการออกอากาศ ยังขยับไม่ถึงอัตราส่วนที่ กสทช.วางไว้ 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ถ้ายังช้าเช่นนี้ ฟังธงได้เลยว่าปีหน้าอาจจะไม่ใช่แค่เลื่อนแผนออนแอร์ ไปจนถึงขอเดดแอร์ (Dead Air) เพื่อดูเชิง แต่ปีหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในทีวีดิจิทัลแน่







