
6 เทคนิคจัดการประแสเงินสด สำหรับผู้ประกอบการ!!!
วันนี้เราขอเอาใจผู้ประกอบการกันบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ รายเล็ก รายย่อย หรือขนาดกลาง ที่เราเรียกรวมๆ ว่า SMEs วันนี้ MoneyGuru.co.th จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า Cash Flow หรือกระแสเงินสดมาฝากกัน ว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหนกับการอยู่รอดของ SMEs และเราจะควบคุมมันอย่างไรดี
วันนี้เราขอเอาใจผู้ประกอบการกันบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ รายเล็ก รายย่อย หรือขนาดกลาง ที่เราเรียกรวมๆ ว่า SMEs วันนี้ MoneyGuru.co.th จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า Cash Flow หรือกระแสเงินสดมาฝากกัน ว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหนกับการอยู่รอดของ SMEs และเราจะควบคุมมันอย่างไรดี
ก่อนอื่น เรามาดูกันว่า กระแสเงินสดคืออะไร ง่ายๆ มันคือ การเข้าและการจ่ายออกของเงินสดของบริษัท ซึ่งหากควบคุมกระแสเงินสดได้ดี หมายความว่า คุณมีเงินสดอยู่ในมือเพียงพอในการชำระหนี้เจ้าหนี้ของบริษัท พอสำหรับรายจ่ายต่างๆ ของธุรกิจ ซึ่งหากติดขัด นั่นหมายถึงธุรกิจของคุณกำลังประสบภาวะหนี้สิน และอาจบานปลายสู่การปิดกิจการเลยก็เป็นได้ สำหรับข้อแนะนำทั้ง 6 ข้อมีดังนี้
เจรจาเงื่อนไขการจ่ายเงินให้รัดกุม
เงื่อนไขในการจ่ายเงิน หรือ Terms of payment คือเรื่องสำคัญ เพราะมันกำหนดว่าในทุกๆ รายการที่ลูกค้าเข้ามาซื้อของหรือใช้บริการ คุณจะได้รับเงินเมื่อไหร่ ช่องทางไหน เพราะฉะนั้น คุยกันให้ดีตั้งแต่ตอนเจรจาหลังจากตกลงซื้อขายสินค้า เพระาอาจเกิดปัญหาในภายหลัง
วางระเบียบการออกใบวางบิล
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ระบบยังไม่คงที่ และอาจจะยังคงเป็น Manual คือทำกันเองอยู่ เรื่องนี้คือเรื่องสำคัญเลยทีเดียว คุณควรทำการออกใบวางบิลให้เร็วที่สุด ทันทีที่ทำงานหรือส่งของให้ลูกค้าสำเร็จ ซึ่งยิ่งออกบิลเร็วเท่าไหร่ ก็ได้เงินเร็วเท่านั้น โดยวิธีที่ดีนั้น คือ ส่งใบวางบิลทั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ และทางไปรษณีย์ เพราะจะทำให้คุณแน่ใจได้ว่า ปลายทางจะได้รับอย่างแน่นอน ส่วนในเรื่องของระยะเวลาในการจ่ายเงินนั้น สำหรับบริษัทเล็ก มักอยู่ที่ 30 วัน และหลังจากนั้นจึงเริ่มติดตามให้ลูกค้าชำระเงิน
แอพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน ช่วยคุณได้
ยุคสมัยไอทีแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว ที่ทุกอย่างต้องอยู่บนกระดาษ หรือสมุดบัญชีเล่มใหญ่ การทำบัญชี การจดบันทึกข้อมูลการเงินการคลังของบริษัท สามารถทำได้แม้กระทั่งบนแอพลิเคชั่นมือถือ ที่ทำให้คุณอัพเดท แก้ไขได้จากทุกที่บนโลก เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต หรือจะเป็นบริการของ Google Doc ก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงทำให้ผู้ประกอบการหมดข้ออ้างต่างๆ ของการจดบันทึกรายละเอียดรายได้ รายจ่ายทั้งหมดของธุรกิจของคุณ
แหล่งเงินทุนทางเลือกก็ควรมองหาไว้
แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกบริษัท จะมีเงินทุนหนาไว้รองรับ หากเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ บรรดาธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ ต่างพากันชี้ว่า แหล่งเงินทุน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อเพื่อธุรกิจกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่ผู้ประกอบการขนาดย่อม จำเป็นต้องหาเงินมาเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท เพื่อทดแทนรายได้ของบริษัทที่ยังอยู่ในรูปของหนี้ที่ลูกค้ายังไม่ได้ชำระ
ตีสนิทกับลูกค้า
คุณต้องเข้าใจความจริงที่ว่า บางทีลูกค้าไม่ได้มีเราเป็นเจ้าหนี้คนเดียว โดยเฉพาะหากเป็นบริษัทด้วยกันทั้งคู่ เพราะฉะนั้น หากคุณดีลธุรกิจกันเสร็จ และหายไปเลย โทรไปหาอีกทีตอนทวงหนี้ คงจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะฉะนั้น หากทำได้ คุณควรสร้างสัมพันธ์ระหว่างคุณ กับลูกค้าให้ดี เพราะข้อดีของมันคือประการแรก เขาอาจจ่ายเงินให้บริษัทคุณก่อนบริษัทอื่น ที่ความสัมพันธ์ไม่ดีเท่า และประการที่สอง ลูกค้าจะได้นึกถึงเราก่อน หากต้องการใช้บริการในครั้งต่อไป
เงินสดในมือ อาจจะสำคัญกว่ากำไร!
เป็นที่เข้าใจได้ว่า การทำธุรกิจนั้น เราทำเพื่อกำไรเป็นสำคัญ แต่การที่คุณมุ่งสนใจแต่กำไรจนเกินไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เพราะคุณต้องตระหนักว่า คุณต้องมีค่าใช้จ่ายที่คุณต้องแบกรับในทุกๆ เดือน ทั้งค่าเช่าออฟฟิศ ค่าเงินเดือนพนักงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เพราะฉะนั้น หากคุณสนใจเฉพาะกำไร ปิดดีลลูกค้า แต่กำไรทั้งหมดที่จะได้ยังอยู่ในรูปของใบวางบิลที่ลูกค้าค้างจ่ายอีกเป็นเดือนๆ แต่คุณไม่มีเงินสดในมือแบกรับภาระเหล่านั้น ยอดลูกค้าที่คุณสร้างได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้น โฟกัสของคุณควรอยู่ที่การหาสภาพคล่องให้บริษัทด้วย แล้วเรื่องกำไร มันจะดูแลตัวของมันเอง







