
บจ.กำไร2แสนล้าน
ไตรมาส2โตตามเป้าคาดทั้งปี8.74แสนล้านแนะซื้อหุ้น5กลุ่มเล่นนโยบายรัฐ
ไตรมาส2โตตามเป้าคาดทั้งปี8.74แสนล้านแนะซื้อหุ้น5กลุ่มเล่นนโยบายรัฐ
บจ.อวดกำไรประมาณ 2 แสนล้านตามคาด ยันไม่ปรับเพิ่มประมาณการยืนเป้าทั้งปี 8.74 แสนล้าน
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า จากการรวบรวมการประกาศกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงที่ผ่านมาประมาณ 85% ของจำนวนบริษัททั้งหมด พบว่า มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 2 แสนล้านบาท ซึ่งภาพรวมเป็นไปตามคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่
ดังนั้น การปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนภายหลังประกาศออกมาแล้ว 6 เดือนจึงอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก และบางส่วนยังเป็นการหักล้างกันในตัว เช่น ปรับเพิ่มประมาณการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) แต่ก็มีการปรับลดประมาณการกลุ่มพลังงานปิโตรเคมี เช่น บริษัท บ้านปู (BANPU) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC)
นอกจากนั้น น่าจะเห็นการปรับลดประมาณการกำไรของการบินไทย (THAI) จึงเชื่อว่า ประมาณการกำไรสุทธิที่ทำไว้ทั้งปี 2557 ที่จำนวน 8.74 แสนล้านบาท ไม่น่าจะถูกปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ในงวดไตรมาสแรก ปี 2557 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิ 2.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.5% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 9.1% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 25.6% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2557
ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน (CNS) กล่าวว่า ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจแท้จริงในประมาณการของนักวิเคราะห์ จำนวน 114 บริษัท ซึ่งมีการประกาศออกมาแล้วกว่า 51% พบว่า มีกำไรสุทธิรวม 1.25แสนล้านบาท นับว่าดีกว่าคาดประมาณ 4.26% จึงทำให้ CNS ประเมินดัชนีหุ้นยังมีโอกาสสูงที่จะค่อยๆ แกว่งตัวขึ้น ทดสอบเป้าหมายที่ดีที่สุดของเดือน ส.ค.นี้ที่ระดับ 1,576 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนและเลือกซื้อตามการพิจารณางบลงทุนในงบประมาณในวันที่ 18-19 ส.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นบวกกับ บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ธนาคารกรุงไทย (KTB) รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว 2 หมื่นบาท จะเป็นบวกต่อบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK ) บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV)
นอกจากนั้น การจัดทำแผนพลังงานและให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือก เป็นบวกต่อ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) และบริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) และการ ปรับโครงสร้างภาษี บวกต่อค้าปลีก อาทิ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL)
นายจิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) กล่าวว่า บริษัทมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 จำนวน 51.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 271.61 ล้านบาท หลังจากบริษัทสามารถโอนการขายที่ดินให้กับลูกค้าได้จำนวน 2 ราย แต่รวม 6เดือน ขาดทุนสุทธิ 26.84 ล้านบาท ลดลง 134% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 78.85 ล้านบาท
ด้านตลาดหุ้นไทย วันที่ 15 ส.ค. ระหว่างวันแกว่งตัวบวกและลบแคบ สุดท้ายดัชนีปิดที่ 1,546.62 จุด บวก 4.65 จุด มูลค่าการซื้อขายไม่มากนัก 48,652 ล้านบาท หลังจากนักลงทุนต่างชาติขายอีก 479 ล้านบาท และรายย่อยทิ้งหนัก 2,723 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศซื้อ 2,461 ล้านบาท







