
เมาะลำใยกับระเบียงเศรษฐกิจ
หลายท่านคงรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก หรือ EastWest Economic Corridor อยู่แล้ว ท่านคงทราบดีว่าถนนสายนี้เป็นเส้นทางลำเลียงทางยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย บริเวณทะเลอันดามัน เข้ากับมหาสมุทรแปซิฟิกในส่วนที่นิยมเรียกกันว่าทะเลจีนใต้ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยือนถนนเส้นนี้มาแล้วด้วย โดยเฉพาะการเส้นทางยอดนิยม วันเดียวเที่ยว 3 ประเทศที่เริ่มจากการรับประทานอาหารเช้าที่จังหวัดมุกดาหาร ต่อด้วยอาหารกลางวันที่แขวงสะหวันนะเขต ในสปป.ลาว และไปนั่งเรือรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมความงามของแม่น้ำหอมกลางเมืองเว้ของประเทศเวียดนาม และมักจะพักค้างคืนก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันออกที่เมืองดานัง เมืองและท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศเวียดนาม และยังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างยิ่งแต่พอถามถึงต้นทางของระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันตก หลายๆ ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่ามีจุดเริ่มต้นที่ตรงไหน
หลายท่านคงรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก หรือ EastWest Economic Corridor อยู่แล้ว ท่านคงทราบดีว่าถนนสายนี้เป็นเส้นทางลำเลียงทางยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย บริเวณทะเลอันดามัน เข้ากับมหาสมุทรแปซิฟิกในส่วนที่นิยมเรียกกันว่าทะเลจีนใต้ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยือนถนนเส้นนี้มาแล้วด้วย โดยเฉพาะการเส้นทางยอดนิยม วันเดียวเที่ยว 3 ประเทศที่เริ่มจากการรับประทานอาหารเช้าที่จังหวัดมุกดาหาร ต่อด้วยอาหารกลางวันที่แขวงสะหวันนะเขต ในสปป.ลาว และไปนั่งเรือรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมความงามของแม่น้ำหอมกลางเมืองเว้ของประเทศเวียดนาม และมักจะพักค้างคืนก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันออกที่เมืองดานัง เมืองและท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศเวียดนาม และยังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างยิ่งแต่พอถามถึงต้นทางของระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันตก หลายๆ ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่ามีจุดเริ่มต้นที่ตรงไหน
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้อยู่ที่เมืองชายฝั่งทะเลอันดามันของพม่าครับ ถ้าออกชื่อเมืองนี้เป็นภาษาพม่าว่า “เมาะลำใย (Mawlamyine)” หลายๆ คนอาจจะงงว่าคือเมืองไหน แต่ถ้าออกเสียงตามภาษามอญว่า “เมาะลำเลิง” หรือตามที่บันทึกในเอกสารทางฝั่งไทยว่า “มะละแหม่ง” เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินบ้างโดยเฉพาะท่านที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มักจะได้ยินได้ฟังชื่อนี้อยู่บ่อยๆ เนื่องจากในสมัยก่อน เกือบทุกคราวที่พม่าจะเข้าตีอยุธยา กองทัพพม่ามักจะประชุมพลและประสมทัพกันที่เมืองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองเมาะลำใย นั่นคือเมือง “เมาะตะมะ” เมื่อประชุมพลประสมทัพตรวจสอบเสบียงอาหารและกำลังพลเรียบร้อยดีแล้ว กองทัพพม่าก็จะเคลื่อนทัพข้ามน้ำเข้าสู่เมืองเมาะลำใยเพื่อเดินทางเข้าโจมตีประเทศไทยต่อไป โดยเส้นทางที่มังมหานรธาและเนเมียวสีหบดีใช้และสามารถเข้าตีกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จก็คือเส้นทางที่เดินจากเมาะลำใยเข้าสู่สยามทางเมืองระแหง แขวงเมืองตาก ซึ่งในปัจจุบันเส้นทางเดินทัพเส้นนี้ก็ได้รับการพัฒนาต่อจะกลายเป็นระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออกเส้นที่เรากำลังกล่าวถึงนี้เองครับ
ที่ต้องมาประสมทัพกันที่เมาะตะมะเพื่อเตรียมความพร้อมในการข้ามน้ำ ซึ่งก็คือแม่น้ำสาละวิน หรือตาลวิน (Thanlwin) ในภาษาพม่าครับ การเดินทางจากนครย่างกุ้ง เมืองเศรษฐกิจหลักของพม่าเข้าสู่เมืองเมาะลำใยต้องเดินทางเป็นระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตรครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 67 ชั่วโมง ผ่านเมืองสำคัญและแม่น้ำสำคัญหลายสายครับ ไม่ว่าจะเป็นเมืองพะโคหงสาวดี (BagoHanthawaddy) แม่น้ำสะโตง (Sittaung) แต่แม่น้ำที่กว้างที่สุดที่คือ แม่น้ำสาละวิน หรือตาลวิน (Thanlwin) ครับ
จากรูปไม่ใช่ชายฝั่งทะเลที่เมืองเมาะลำใยนะครับ แต่เป็นภาพจากริมฝั่งแม่น้ำสาละวินบริเวณหน้าตลาดของเมืองเมาะลำใยครับ จะเห็นได้ว่าแทบจะมองไม่เห็นอีกฝั่งซึ่งคือเมืองเมาะตะมะแต่อย่างใด แม่น้ำช่วงนี้กว้างมากพอที่จะเห็นเส้นขอบฟ้าเหมือนๆ กับว่าเรากำลังยืนอยู่บนชายหาด
ในอดีตผู้คนอาศัยกันอยู่ทางฝั่งเมาะตะมะครับ อาจจะเป็นเพราะใกล้ศูนย์กลางของอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นหงสาวดี ตองอู หรือย่างกุ้งมากกว่า หรืออาจจะเป็นเพราะแต่เดิมไทยเราเองก็ไม่เคยรุกล้ำขยายอิทธิพลไปมากกว่าการข้ามฝั่งแม่น้ำสาละวิน (ยกเว้นคราวสมเด็จพระนเรศวรที่เคยยกกองทัพข้ามไปจนถึงหงสาวดี และตองอู) แต่เมื่ออังกฤษเข้ามายึดพม่าเป็นอาณานิคม อังกฤษก็ย้ายมาใช้ฝั่งเมาะลำใยซึ่งอยู่บนพื้นที่ที่สูงและน้ำท่วมไม่ถึง ทำให้อังกฤษเข้ามาใช้เมาะลำใยแห่งนี้เป็นเมืองท่าสำคัญ เมาะลำใยจึงมีความหลากหลายทั้งชนชาติ ศาสนา และสถาปัตยกรรมในปัจจุบันเรายังพบวัดพุทธจำนวนมาก อยู่ในย่านที่มีโบสถ์คริสต์ ศาสนสถานของพราหมณ์ฮินดู ตั้งอยู่บนถนนเดียวกันกับมัสยิดของคนมุสลิม ภาพที่คนหลายเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรมเดินซื้อสินค้าในตลาดที่เมืองเมาะลำใยเป็นภาพที่ยังเห็นได้จนถึงวันนี้
เมาะลำใยเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของพม่าครับ ปัจจุบันประมาณว่ามีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 67 แสนคน เป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญที่สุดของพม่าแห่งหนึ่งด้วยครับ เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทั้งหมดนำเข้าจากไทย สินค้าเหล่านี้จะข้ามด่านชายแดนแม่สอดเมียวดี และเดินทางเป็นเวลาประมาณ 78 ชั่วโมงมาสิ้นสุดลงที่ตลาดเมืองเมาะลำใย ที่นี่จะเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายสินค้าครับ ส่วนหนึ่งไปย่างกุ้ง อีกส่วนหนึ่งส่งขึ้นไปมัณฑะเลย์ และส่วนที่เหลือก็จะวางขายในตลาดที่เมืองเมาะลำใยแห่งนี้ ทั้งค้าส่งลงไปทางใต้และภาคตะวันออกของพม่า และค้าปลีกเพื่อคนในพื้นที่
และเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจจะแปลกใจถ้าได้ทราบว่าในตลาดขายส่งขายปลีกขนาดใหญ่แห่งนี้ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ของที่นี่พูดภาษาไทยได้ดี และรู้สึกดีอย่างยิ่งกับประเทศไทยครับ แน่นอนนอกจากการต้องสั่งซื้อสินค้าจากไทยแล้ว จากการพบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า เราพบว่าหลายๆ คนเคยไปทำงานอยู่ที่เมืองไทย ทำงานกันคนละหลายปีครับ จนสะสมเงินทองได้ก้อนหนึ่งก็เดินทางกลับมาเปิดร้านค้า เปิดแผงขายสินค้า ซื้อเรือวิ่งรับส่งสินค้าจากเมาะลำใยไปเมาะตะมะและเกาะต่างๆ คนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นมอญและกะเหรี่ยงครับ และเป็นกลุ่มที่นิยมเดินทางไปทำงานในประเทศไทย หลายๆ คนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณประเทศไทยที่ทำให้เขามีโอกาสสะสมเงินทองกลับมาเริ่มต้นกิจการของตัวเองได้
ปัจจุบันนอกจากเป็นจุดเริ่มต้นของถนนระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันตก เป็นตลาดกระจายสินค้า และเป็นเมืองที่มีสนามบินขนาดใหญ่ (ตามมาตรฐานพม่า) แล้ว เมาะลำใยกำลังเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนญี่ปุ่นเริ่มจับตามองมากยิ่งขึ้นครับ และรอบท่าเรือกะเลก๊วก (Kelagauk) ท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ของพม่าที่กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนาโครงการก็มีแนวโน้มที่จะเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษที่นักลงทุนญี่ปุ่นพร้อมจะเข้าไปลงทุน
นาทีนี้เมาะลำใยกำลังเป็นที่น่าจับตามองครับ







