
ธุรกิจทวงหนี้บุกทั่วอาเซียน
บีโอแอลรุกจับมือพันธมิตรด้านข้อมูลเจาะตลาดเอสเอ็มอีลุยจ้างทนายท้องถิ่น
บีโอแอลรุกจับมือพันธมิตรด้านข้อมูลเจาะตลาดเอสเอ็มอีลุยจ้างทนายท้องถิ่น
บีโอแอลผนึกพาร์ทเนอร์รุกทวงหนี้ทั่วอาเซียน หวังเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีขยายฐาน
นายชัยพร เกียรตินันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ (บีโอแอล) เปิดเผยว่า บริษัทจะร่วมกับบริษัทพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายคลึงกัน เพื่อเปิดบริการใหม่รับตามหนี้ทั่วอาเซียน รับโอกาสของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ผู้ประกอบการสนใจจะขยายธุรกิจไปในประเทศเพื่อนบ้าน
“การเปิดประชาคมอาเซียนทำให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับ รวมถึงเอสเอ็มอีสนใจขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการยังคงกังวลคือปัญหาหนี้สูญจากการเข้าพื้นที่ที่ไม่รู้จักตลาด ไม่รู้จักคู่ค้าอย่างดีพอ อีกทั้งการตามหนี้สินในต่างประเทศยังมีความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนมาก เราจึงเปิดบริการธุรกิจนี้” นายชัยพร กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่าบริการดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในการไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพราะบริษัทมีสถิติความสำเร็จในการติดตามหนี้ในไทยกว่า 70% น่าจะช่วยป้องกันปัญหาการล้มละลายจากการเกิดหนี้สูญในต่างประเทศให้ผู้ประกอบการได้
สำหรับแนวทางการติดตามหนี้ในต่างประเทศนั้น บริษัทจะร่วมกับบริษัทพาร์ทเนอร์ในการจัดหาทนายท้องถิ่นในประเทศที่ผู้ประกอบการประสบปัญหา โดยเริ่มต้นจากขั้นตอนการไกล่เกลี่ย จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น การทวงถาม การฟ้องร้อง การสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการดำเนินคดี โดยจะส่งมอบรายงานความคืบหน้าในการติดตามหนี้ภายในสัปดาห์แรกหลังได้รับเคสจากผู้ประกอบการ และสรุปแนวทางหรือผลดำเนินการภายใน 3 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายจากทีมทนาย ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้เอสเอ็มอีประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ด้วยตัวเอง
ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายในการช่วยติดตามหนี้แล้วเกือบทั่วอาเซียน ยกเว้นเพียงในลาวและกัมพูชาเท่านั้น สำหรับอัตราค่าบริการของกลุ่มเอสเอ็มอีอยู่ที่ 1 หมื่นบาท/ปี สามารถส่งเคสให้ติดตามได้ไม่จำกัดจำนวน และหากตามทวงหนี้ไม่สำเร็จจะไม่คิดค่าบริการ
สำหรับบีโอแอล เป็นผู้ให้บริการข้อมูลธุรกิจออนไลน์ของไทย ปัจจุบันมีลูกค้า 60% เป็นกลุ่มธนาคาร และอีก 40% เป็นบริษัทเอกชนขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ และตัดสินใจในการทำธุรกิจ เช่น การบริหารลูกค้าครบวงจร การบริหารจัดการความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ โดยได้รับฐานข้อมูลต่างๆ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
ขณะที่บริษัทพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศก็จะเป็นบริษัทที่มีข้อมูลบริษัทจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศนั้นๆ เช่นเดียวกัน เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลการทวงหนี้ และประสานงานกันได้







