
พาณิชย์คืนสุขประชาชนลดราคาสินค้า10-70%
“พาณิชย์” จัดมหกรรมคืนความสุขประชาชน ดึงห้างค้าปลีก 1.1 หมื่นสาขา ลดราคาสินค้ากว่า 1.2 หมื่นรายการ
“พาณิชย์” จัดมหกรรมคืนความสุขประชาชน ดึงห้างค้าปลีก 1.1 หมื่นสาขา ลดราคาสินค้ากว่า 1.2 หมื่นรายการ
ระดมกิจกรรมลดค่าครองชีพเนื่องในวันครบรอบก่อตั้ง 94 ปีช่วงเดือนส.ค. ดึงห้างค้าปลีก 1.1 หมื่นสาขา ลดสินค้า 1.2 หมื่นรายการ 1070% และจัดมหกรรมคืนความสุขให้ประชาชนนำสินค้าลดอีก 2040%
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงจะจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพให้กับประชาชน เนื่องในวันพาณิชย์ครบรอบ 94 ปี และปฏิบัติตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการหามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยได้ร่วมมือกับผู้ประกอบค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ รวม 14 ราย มีสาขารวมกัน 1.1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ลดราคาสินค้า 1070% กว่า 1.2 หมื่นรายการ
สำหรับร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ เทสโก้ โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี ท็อปส์ เดอะมอลล์ ตั้งฮั่วเส็ง โรบินสัน เซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท ลอว์สัน 108 แม็กซ์แวลู ฟู้ดแลนด์ และห้างเซ็นทรัล ลดราคาจะลดราคาสินค้า 1070% กว่า 1.2 หมื่นรายการ ในทุกแผนกทั้งกลุ่มของใช้ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าโอท็อป เป็นระยะเวลา 6 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1924 ส.ค.นี้ คาดว่าจะช่วยลดค่าครองชีพคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้จัดงาน “มหกรรมพาณิชย์คืนความสุขให้ประชาชน” ระหว่างวันที่ 2124 ส.ค. 2557 ที่อิมแพค เมืองทองธานี โดยเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สินค้าเกษตร เช่น หมู ไก่ ไข่ไก่ ผัก ผลไม้ สินค้าโอท็อป สินค้าอินทรีย์ สินค้าแฟรนไชส์ ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 2040%
สำหรับวันที่ 20 ส.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ครบรอบ 94 ปี หรือวันพาณิชย์ จะมีการจัดกิจกรรม โดยจะเชิญนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) มาร่วมงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจยุคใหม่สู่การค้าที่ยั่งยืน” ซึ่งจะทำให้เห็นถึงแนวโน้มการค้าโลกในอนาคตว่าจะเป็นไปในทิศทางใด และไทยควรจะปรับตัวเพื่อรับมือและตักตวงผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงการค้าของโลกได้อย่างไร
ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมจัดงานโอท็อปชวนชิม วันที่ 2022 ส.ค. โดยนำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว ผ้าไหม ผ้าฝ้ายสำเร็จรูป เครื่องเงินลายโบราณ เครื่องเบญจรงค์ ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง และสินค้าโอท็อป ชวนชิม เช่น ผัดไทย 100 ปี บ้านทางเกวียน ข้าวซอยลำปาง ไก่ย่างเขาสวนกวาง จำปาดะทอด ขนมหวานเมืองเพชร โรตี ชาชัก โรตีสายไหมอยุธยา มะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นต้น มาจำหน่ายสร้างรายได้ให้ชุมชน
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการจัดงาน อีคอมเมิร์ซ เดย์ (ECommerce Day) จะมีขึ้นในวันที่ 2526 ส.ค. เพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทย และการผลักดันธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยภายในงานจะมีการให้บริการงานด้านต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์การให้คำปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การทำเว็บไซต์ การถ่ายภาพ การตลาด การจัดการภาษีและบัญชี รวมไปถึงการดึงผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกว่า 50 รายมาร่วมให้ข้อมูลและแนวทางการสร้างธุรกิจให้กับผู้ที่สนใจ







