
ทวงแชมป์ส่งออก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์การส่งออกข้าวไทย โดยระบุว่า การส่งออกข้าวของไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 จะขยายตัวต่อเนื่อง จากช่วงครึ่งปีแรกที่ส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 7.8 แสนตัน และหากไทยรักษาระดับการส่งออกได้ในระดับเดียวกับช่วงครึ่งปีแรก จะทำให้ทั้งปีไทยส่งออกข้าวได้มากกว่า 9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 36.1% เทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% เทียบกับปีที่แล้ว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์การส่งออกข้าวไทย โดยระบุว่า การส่งออกข้าวของไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 จะขยายตัวต่อเนื่อง จากช่วงครึ่งปีแรกที่ส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 7.8 แสนตัน และหากไทยรักษาระดับการส่งออกได้ในระดับเดียวกับช่วงครึ่งปีแรก จะทำให้ทั้งปีไทยส่งออกข้าวได้มากกว่า 9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 36.1% เทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% เทียบกับปีที่แล้ว
“ไทยอาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลกในปีนี้ ด้วยปริมาณส่งออกกว่า 9 ล้านตัน รองจากอินเดียที่ 10 ล้านตัน และเวียดนามเป็นอันดับ 3 ที่ 6.5 ล้านตัน อย่างไรก็ตามหากในปี 2557 นี้ อินเดียประสบภัยแล้งรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจทำให้ไทยมีโอกาสทวงคืนแชมป์จากอินเดีย และอาจก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ส่งออกข้าวโลกได้” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิน
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการส่งออกข้าวในช่วงปีหลัง เช่น ความต้องการนำเข้าข้าวมีมากขึ้นจากคู่ค้าสำคัญในตลาดเอเชีย อาทิ ฟิลิปปินส์ ที่จะ เปิดประมูลข้าว 5 แสนตัน มาเลเซีย 2 แสนตัน และอินโดนีเซีย 25 แสนตัน ขณะที่จีนมีความต้องการเก็บสต๊อกข้าวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับพื้นที่ปลูกและผลผลิตข้าวที่ลดลง และมีความกังวลต่อ
ปรากฏการณ์เอลนินโญ จึงเร่งนำเข้าข้าวเก็บสต๊อกมากขึ้น รวมทั้งอิรักที่จะเปิดประมูลข้าวอีก 6 หมื่น1 แสนตัน เพราะสต๊อกในประเทศลดลง
ขณะที่ผลผลิตข้าวในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างอินเดีย คาดว่าน่าจะลดลงเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ขณะที่ของปริมาณสต๊อกข้าวอินเดีย ณ เดือน มิ.ย. 2557 มีทั้งสิ้น 28 ล้านตัน หรือลดลง 15.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทำให้เกิดแรงกดดันต่อการส่งออกข้าวอินเดีย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ท้าทายและต้องจับตามอง คือ ตั้งแต่ปี 2556 ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาข้าวปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสต๊อกข้าวของไทยที่อยู่ในระดับสูง จนทำให้ปัจจุบันส่วนต่างราคาข้าวไทยเทียบกับคู่แข่งแคบลงเหลือราว 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากที่เคยมีส่วนต่าง 100 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งกดดันต่อมูลค่าการส่งออกข้าวไทย







