
ตลท.มองหรู...หุ้นไทยแจกกำไรปี'57ต่างชาติซื้อไม่หยุด
ตลาดหุ้นไทยยังไปได้อย่างสวยงามในเดือน ก.ค. 2557 เห็นได้จากดัชนีหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 15.68% จากสิ้นปี 2556 นักลงทุนต่างกลับมาซื้อสุทธิมูลค่าประมาณ 13,908 ล้านบาท และยังซื้อสุทธิต่อถึงวันที่ 13 ส.ค. 2557 พลิกจากในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2557 ที่มียอดขายสุทธิรวมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ส.ค. มียอดขายสุทธิ 25,566 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยยังไปได้อย่างสวยงามในเดือน ก.ค. 2557 เห็นได้จากดัชนีหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 15.68% จากสิ้นปี 2556 นักลงทุนต่างกลับมาซื้อสุทธิมูลค่าประมาณ 13,908 ล้านบาท และยังซื้อสุทธิต่อถึงวันที่ 13 ส.ค. 2557 พลิกจากในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2557 ที่มียอดขายสุทธิรวมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ส.ค. มียอดขายสุทธิ 25,566 ล้านบาท
“เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดการณ์แนวโน้มผลตอบแทนการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งปี 2557 มีโอกาสกลับมาเป็นบวกหลังจากปี 2556 ที่ติดลบ 6.7% และนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีนี้เพราะยอดถือครองหุ้นไทยของต่างชาติปัจจุบันอยู่ที่สัดส่วน 32.5% ต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ 37% ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจมากขึ้นต่อปัจจัยพื้นฐานของประเทศไทย หลังจากปัจจัยการเมืองเข้าสู่ความสงบรวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ประกาศออกมาเป็นแผนแม่บท (โรดแมป) โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ประกอบกับในปี 2558 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยมีโอกาสกลับมาขยายตัวได้ในภาวะปกติระดับ 45% รวมถึงการทยอยประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ที่ดีกว่าการคาดการณ์
“ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิเดือน ก.ค. ที่ผ่านมามองว่าไม่ใช่เงินทุนร้อนระยะสั้น เป็นเงินลงทุนจริงๆ เพราะปัจจัยพื้นฐานของไทยดีขึ้น ในช่วงที่การเมืองวุ่นวายเงินร้อนรอจังหวะเข้าลงทุนหลังการเมืองสงบ ตราบใดที่นโยบายเศรษฐกิจมีความชัดเจนทั้งของ คสช. หรือรัฐบาลสามารถทำได้ตามสัญญาที่ประกาศไว้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ ตลาดหุ้นจะยังเติบโตไปได้คู่กับเศรษฐกิจและนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสจะเข้าลงทุนในหุ้นไทยมากขึ้น” เกียรติพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงต่อการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงครึ่งของปี 2557 อาจมีบ้างจากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร็วกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้มีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์จะไหลกลับไปลงทุนในตลาดสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้นสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นไทยได้บ้าง แต่ประเมินว่าด้วยปัจจัยพื้นฐานและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลยังมีน้ำหนักเพียงพอที่ดึงดูดฟันด์โฟลว์ให้เข้ามาได้อีก
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ณ สิ้นเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามทิศทางของ SET Index โดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.95 เท่า และ 26.24 เท่า ตามลำดับ
ขณะเดียวกันอัตราเงินปันผลตอบแทนของ SET ปรับสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยอยู่ที่ 3.06% ในขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทนของ mai ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยอยู่ที่ 1.27%
ตลาดหุ้นที่ดีขึ้นในเดือน ก.ค. นอกจากแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติแล้ว พอร์ตบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ก็ร่วมช้อนด้วยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มนอก SET100 เป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 32% ของมูลค่าซื้อขายตลาดรวม จากเดือน มิ.ย.ที่ 30% ขณะที่หุ้นที่ขนาดใหญ่ทั้งอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ราคาปรับขึ้นได้ดีจากปัจจัยสะท้อนภาพความเชื่อมั่นการลงทุนที่ดีขึ้น
“หุ้นไทยเดือน ก.ค.มีการฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ชัดเจน ระหว่างเดือนดัชนีปรับขึ้นไปที่ 1,543.92 จุด ทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 เดือน รวมถึงมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยดีขึ้นมาอยู่ที่ 52,795 ล้านบาท/วัน ปรับดีขึ้นจากเดือน มิ.ย. 2557 ที่ 8.26% และเพิ่มขึ้น 14.92% จากเดือน ก.ค. 2556”
นอกจากนั้น บริษัทจดทะเบียนใน SET และตลาด mai มีมูลค่าระดมทุนรวม 6,411 ล้านบาท ลดลง 83% จากเดือนก่อนหน้า โดยในตลาดแรกมีมูลค่าระดมทุน 3,414 ล้านบาท จากบริษัทจดทะเบียน 2 บริษัท และ 1 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ตลาดรองมีการระดมทุน 2,997 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีมีมูลค่าระดมทุนรวมทั้งสิ้น 89,973 ล้านบาท ลดลง 48% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน
สำหรับตลาดอนุพันธ์ก็คึกคักตามตลาดหุ้น ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 195,494 สัญญา เพิ่มขึ้น 257.03% จากเดือน ก.ค. 2556 แต่ลดลง 2.50% จากเดือน มิ.ย. 2557 ทั้งนี้การซื้อขาย Commodity Futures ในช่วง Night Session อยู่ที่ 47.16% ของปริมาณการซื้อขายรวม เพิ่มขึ้นจาก 46.57% ในเดือน มิ.ย. 2557







