posttoday
ทิศทางตลาดระยะสั้น

ทิศทางตลาดระยะสั้น

15 สิงหาคม 2557

เริ่มต้นในแนวคิดบทความฉบับนี้ ใจตั้งใจ เขียนเรื่องการบินไทย ซึ่งล่าสุดต้องเข้าสู่การผ่าตัดครั้งใหญ่ และแน่นอนที่สุดการบริหารจัดการเป็นเรื่องสำคัญ ใครที่เดินทางการด้วยการบินไทย คงเคยพบหลายๆ ปัญหาที่ไม่ควรเกิดขึ้น กรณีการวางตำแหน่งบริษัทไว้สูงกว่าสายการบินประหยัด ไม่ว่าการล็อกที่นั่งไว้ให้กับบุคคลที่ใกล้ชิดพนักงาน การล็อกการจองตั๋วไว้กับเอเยนต์ ที่มีสิทธิพิเศษ หรือในปัญหาที่มีการพูดคุยกันมากในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น แต่ผมเข้าใจว่า การผ่าตัดครั้งใหญ่นี้ คงทำให้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น และการกลับมาเป็นโฉมหน้าใหม่ของการบินไทยอาจจะเกิดขึ้น แน่นอนว่า ทุกครั้งการผ่าตัดต้องมีการบาดเจ็บ แต่การบาดเจ็บนี้ ไม่ควรจะเป็นเพียงพนักงานระดับล่างเท่านั้น

เริ่มต้นในแนวคิดบทความฉบับนี้ ใจตั้งใจ เขียนเรื่องการบินไทย ซึ่งล่าสุดต้องเข้าสู่การผ่าตัดครั้งใหญ่ และแน่นอนที่สุดการบริหารจัดการเป็นเรื่องสำคัญ ใครที่เดินทางการด้วยการบินไทย คงเคยพบหลายๆ ปัญหาที่ไม่ควรเกิดขึ้น กรณีการวางตำแหน่งบริษัทไว้สูงกว่าสายการบินประหยัด ไม่ว่าการล็อกที่นั่งไว้ให้กับบุคคลที่ใกล้ชิดพนักงาน การล็อกการจองตั๋วไว้กับเอเยนต์ ที่มีสิทธิพิเศษ หรือในปัญหาที่มีการพูดคุยกันมากในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น แต่ผมเข้าใจว่า การผ่าตัดครั้งใหญ่นี้ คงทำให้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น และการกลับมาเป็นโฉมหน้าใหม่ของการบินไทยอาจจะเกิดขึ้น แน่นอนว่า ทุกครั้งการผ่าตัดต้องมีการบาดเจ็บ แต่การบาดเจ็บนี้ ไม่ควรจะเป็นเพียงพนักงานระดับล่างเท่านั้น

การบินไทยมีปัญหาหลายอย่างที่น่าจะเขียนถึงอยู่ไม่น้อย แต่ปัญหาสำคัญสำหรับนักลงทุนในระยะสั้น ณ ขณะนี้ ก็คือ ทิศทางราคาหุ้น แม้เดิมเคยประเมินไปถึงการปรับฐานของราคาหุ้นควรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับแนวคิดเช่นนั้น แต่เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาแนวคิดเก่าๆ ในอดีตจากการเคลื่อนไหวของกราฟ จะพบว่ามีอย่างน้อยในรอบ 20 ปี ที่ SET Index จะมีการขับเคลื่อนขึ้นมากกว่ามูลค่า กล่าวคือ กรณีเราเอา P/E ในอดีตมาพิจารณาการวิ่งผ่านแนวต้าน (จุดสูงสุด) ที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น มีเกิดขึ้นอย่างชัดเจน 2 ครั้ง คือ ในช่วงปี 1993 และปี 2009 เหตุผลที่เกิดขึ้นก็คือ การหวังว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้นในปีต่อไป จนทำให้ P/E ของตลาด ณ ขณะนั้น นักลงทุนกล้ายอมซื้อของในราคาแพง แต่ความชัดเจนในแง่การปฏิบัติจริง กลับปรากฏว่าข้ออ้างเรื่องการเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียนเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักก็คือ การไหลเข้าของเม็ดเงิน หรือที่หลังๆ ใช้คำว่า Fund Flow เพราะนอกจากเม็ดเงินเหล่านี้ เขาจะหวังส่วนต่างในการลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว บางครั้งอาจจะมีผลตอบแทนจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งการเป็นหลุมหลบภัยในการเกิดวิกฤตการณ์

จากประเด็นดังกล่าว ก็น่าจะคาดการณ์ทิศทางตลาดระยะสั้นได้ว่า กรณีเดือน ส.ค. ไม่มีการเริ่มปรับฐานตามที่คาดการณ์ไว้ จะต้องมีการเข้ามาซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ โดยยอดการซื้อสุทธิควรจะขยับมากกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท/วัน จึงจะทำให้เกิดการปรับตัวสูงขึ้นของ SET Index และตัวเลข 1,600 จุด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กรณีไม่มีสัญญาณดังกล่าว ตัวเลขการทำจุดสูงสุดที่ 1,550 บวกลบ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับปัจจัยที่เป็นอยู่ อีกทั้งเป็นสิ่งที่น่าจะสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า ในช่วงปลายเดือนนี้การเริ่มทำงานของการบริหารประเทศอย่างเป็นทางการน่าจะเกิดขึ้น แปลว่า การขับเคลื่อนด้านงบประมาณและการทำงานจริงๆ นั้นก็คือ จุดเริ่มต้น แต่สำหรับตลาดหุ้น การรับข่าวบวกมาก่อนหน้า จะทำให้เกิดการขายเมื่อข่าวดีออกหรือไม่

บทสรุป บทความฉบับนี้ไม่สามารถฟันธงได้ถึงทิศทาง เพราะเคยประเมินไว้ว่า เดือน ส.ค. เป็นเดือนที่มีความเสี่ยงในการเข้าสู่การปรับฐาน (ลง) แต่สิ่งที่เกิดระยะสั้น เริ่มส่งสัญญาณไม่เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กล่าวได้ก็คือ กรณีไม่เกิดการปรับฐาน การซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศต้องเกิดขึ้น กลยุทธ์ที่เราถือเงินสด อาจจะเปลี่ยนเป็นการเลือกเล่นรายตัว แต่กรณีสัญญาณบวกจากนักลงทุนต่างประเทศไม่เกิดขึ้น ต้องยืนยันในคำแนะนำเดิมในบทความครั้งก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท