
ยื่นฟ้อง‘จัสมิน’วันนี้
3แบงก์นอกรุมทวงหนี้1,300ล้านบาทพิชญ์ยันไม่กระทบปัดเป้าราคาหุ้นซื้อคืน
3แบงก์นอกรุมทวงหนี้1,300ล้านบาทพิชญ์ยันไม่กระทบปัดเป้าราคาหุ้นซื้อคืน
วันนี้ 3 เจ้าหนี้แบงก์นอกยื่นฟ้องจัสมินทวงหนี้ 1,300 ล้าน ผู้บริหารเต้นชี้แจงนักวิเคราะห์
หุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ตกเป็นเป้าหมายการขายออกมาอย่างหนักและราคาหุ้นปรับลงแรงต่อเนื่องหลังเจ้าหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศ 4 ราย จะยื่นฟ้องศาลแพ่งภายในวันที่ 18 ส.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ JAS กลับมาชำระหนี้บวกดอกเบี้ยรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท สืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งพลิกคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนหน้านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริหารและบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายเปิดชี้แจงข้อมูลให้กับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2557 ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวเจ้าหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศของ JAS เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ส.ค. 2557 เจ้าหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศจำนวน 3 ราย จากเกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรป จะยื่นฟ้องร้องต่อศาลทรัพย์สินให้ JAS ชำระหนี้เงินต้นรวมประมาณ 1,2001,300 ล้านบาท ส่วนเจ้าหนี้ยุโรปอีก 1 ราย เงินต้นประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท น่าจะตัดสินใจได้ก่อนที่กฎหมายอนุญาตให้ยื่นฟ้องได้ภายในวันที่ 18 ส.ค. 2557
สำหรับมูลหนี้เงินต้นของเจ้าหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศทั้งหมด 4 ราย ที่สามารถยื่นฟ้องได้ครั้งนี้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 4,200-5,300 ล้านบาท ลดลงหลังมีการปรับโครงสร้างหนี้ (แฮร์คัต) ชำระคืนหนี้ไปบางส่วน และมีการแปลงค่าเงินบาทกับเงินเหรียญสหรัฐในอัตราปัจจุบัน ทำให้มีหนี้เงินต้นบวกดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้น ในวันที่ 18 ส.ค. มีตัวแทนทนายความสถาบันการเงินต่างประเทศอีก 1 ราย เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลด้วยเช่นกัน เพื่อ JAS ชำระหนี้วงเงินอีกจำนวน 100 ล้านบาท
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS เปิดเผยหลังพูดคุยกับนักวิเคราะห์ว่า กรณีที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินต่างประเทศยื่นฟ้องให้ชำระมูลหนี้เก่า หรือกรณีที่ทีทีแอนด์ทีได้ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามไม่ให้อคิวเมนท์ขายสินทรัพย์เข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการบริหารหรือการดำเนินงานของ JAS แต่อย่างใด
นอกจากนั้น นายพิชญ์ยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าเหตุผลที่ราคาหุ้น JAS ลดลงมาต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีเป้าหมายซื้อคืนเพียง 5.6 บาท ซึ่งขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการตั้งเป้าหมายราคาใดๆ ไว้ด้วย
ด้านตัวแทนของบริษัท วีรวงค์ ชินวัฒน์ และเพียงพนอ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายของ JAS ยืนยันว่าเงินต้นในการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินต่างประเทศมีอยู่ 1,343 ล้านบาท ซึ่งประเมินจากสินทรัพย์ทั้งหมดตามราคาตลาดปัจจุบันหักกับเงินบางส่วนที่มีการชำระไปแล้ว ไม่ใช่มูลหนี้ที่ต้องชำระถึง 1 หมื่นล้านบาท และเจ้าหนี้ที่มีปัญหาก็มีเพียงสถาบันการเงินต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี การฟ้องคดีต้องพิสูจน์การเป็นเจ้าหนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไร มีการซื้อหนี้หรือได้ส่วนลดไปเท่าไร จากใคร อย่างไร เพราะหนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว บริษัทจะอิงกับการใช้หลักกฎหมายเป็นหลัก
“JAS จะต่อสู้ให้มีการพิสูจน์กันให้แจ้งถึงสิทธิทางกฎหมายและเจตนาของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งคาดว่ากระบวนการในการฟ้องร้องหรือพิสูจน์กันศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 710 ปี ระหว่างนี้ JAS ก็ยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ใดๆ ส่วนกรณีอคิวเมนท์ คาดว่าศาลจะมีคำสั่งประมาณเดือน ก.ย.นี้”







