posttoday
ปตท.ยันคืนท่อก๊าซตามคำสั่งศาลปกครองแล้ว

ปตท.ยันคืนท่อก๊าซตามคำสั่งศาลปกครองแล้ว

14 สิงหาคม 2557

ปตท. ยืนยันคืนท่อส่งก๊าซฯ ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดครบถ้วนแล้ว

ปตท. ยืนยันคืนท่อส่งก๊าซฯ ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดครบถ้วนแล้ว

นายชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. กล่าวยืนยันว่า ปตท. ได้ส่งคืนทรัพย์สินท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่กระทรวงการคลังตามคำพิพากษาของศาลปกครองครบถ้วนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2551 โดยมีลำดับการดำเนินการ ดังนี้ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาขอให้ ปตท. ดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สิทธิการใช้ที่ดิน เพื่อแยกอำนาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชนของรัฐและของ ปตท.

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ระบุให้ ปตท. ดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินที่ได้มาจาก 1. การใช้อำนาจมหาชนของรัฐ  2.  การรอนสิทธิเหนือที่ดินของเอกชน และ 3. การใช้เงินลงทุนของรัฐ โดยมอบหมายให้ กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดิน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบรับรองความถูกต้อง และต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกำหนดแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์สินของการปิโตรเลียมฯ ขึ้น

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 กรมธนารักษ์ได้มีหนังสือแจ้งมายัง ปตท. ว่า ปตท. ได้ดำเนินการแบ่งแยกและส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ ให้แก่กระทรวงการคลัง ตามคำพิพากษาศาลปกครอง เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว และขอให้รายงานศาลปกครองสูงสุดเพื่อทราบต่อไป   วันที่ 26 ธันวาคม 2551 ศาลปกครองสูงสุด ได้บันทึกในคำร้องรายงานสรุปของ ปตท. ว่า ปตท. ดำเนินการโอนทรัพย์สินทั้งหมดตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552  สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือถึง ปตท. และหน่วยงานอื่นๆ รวมถึง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองว่า“การดำเนินการแบ่งแยกและส่งมอบทรัพย์สินของ ปตท. ให้แก่กระทรวงการคลัง ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด จะครบถ้วนและเป็นไปตามคำพิพากษาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่จะผู้พิจารณา ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดถือเป็นยุติ

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ศาลปกครองสูงสุด ได้ยกคำร้องที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร้องขอให้ศาลไต่สวนการคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษา และได้แนบรายงานการตรวจสอบทรัพย์สินของ สตง.ประกอบคำร้องดังกล่าวด้วย แต่ศาลได้พิจารณาและยืนยันว่า “หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดย วันที่ 10 สิงหาคม 2553 กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้เสนอเรื่องการคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษาของปตท.ไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบการดำเนินการดังกล่าวของ ปตท. แล้วและ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ยื่นฟ้องว่า ปตท. คืนท่อตามคำพิพากษาไม่ครบและขอให้ศาลตัดสินให้ปตท.คืนท่อในทะเลด้วย โดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า ศาลปกครองสูงสุดได้เคยมีคำพิพากษาว่า ปตท. ได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว

นายชาครีย์ กล่าวว่าศาลปกครองได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ถึง 3 ครั้งและก็ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ปตท. ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2544 ที่อนุมัติตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยให้ ปตท. แยกกิจการท่อส่งก๊าซออกจากกิจการจัดหาและจัดจำหน่ายก๊าซ และให้ปตท.ถือหุ้นในกิจการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในสัดส่วนร้อยละ 100 

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการแยกกิจการท่อหลังจาก ปตท. เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 1 ปี ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ก็ได้ปรากฏอยู่ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้นของ ปตท. ด้วย สำหรับการแยกกิจการท่อส่งก๊าซฯ เป็นหนึ่งในแนวทางดำเนินการในกระบวนการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในขณะนั้น เพื่อเปิดโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสากลเนื่องจากธุรกิจท่อส่งก๊าซฯ เป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูงและต้องมีความคล่องตัวในการบริหารซึ่งหลังการแปรรูปแล้ว ปตท. ยังคงฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นหลัก

“ปตท. ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสตลอดมา ภายใต้พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 และ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 การตรวจสอบ ปตท. จึงทำได้ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนทั้งระบบ เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการบริหารงานของ ปตท.”นายชาครีย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท