
บินไทยขาดทุนหนักคาดปีนี้เฉียด2หมื่นล้าน
"ประจิน"ยอมรับปีนี้บินไทยขาดทุนเฉียด 2 หมื่นล้านบาท เหตุ 3 ไตรมาสแรกขาดทุนต่อเนื่อง เตรียมกู้ 2.7 หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง
"ประจิน"ยอมรับปีนี้บินไทยขาดทุนเฉียด 2 หมื่นล้านบาท เหตุ 3 ไตรมาสแรกขาดทุนต่อเนื่อง เตรียมกู้ 2.7 หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการในปีนี้ คาดว่าจะคาดทุนประมาณ 1.2-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าการขาดทุนปีที่ผ่านมา 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะแผนลดค่าใช้จ่ายและแผนเพิ่มรายได้ เมื่อเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง โดยคาดว่าช่วงไตรมาสที่ 4 จะมีผลกำไรปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ไม่สามารถชดเชยกับผลประกอบการขาดทุนใน 3 ไตรมาสได้
ทั้งนี้ การบินไทยมีแผนกู้เงิน ระหว่างปี 2557-2558 วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท ล่าสุดได้รับการอนุมัติปล่อยกู้จากธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ จำนวน 1,000 ล้านบาท และธนาคารออมสิน จำนวน 5,000-7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เป็นการกู้โดยตรงจากกระทรวงคลัง เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องทางการเงิน การชำระเงินกู้ที่ครบสัญญาจ่าย และชำระค่าจัดซื้อเครื่องบิน
พล.อ.อ.ศิวะเกียรติ ชะเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำแผนฟื้นฟูวิกฤตใน 3 ระยะ ได้แก่ 1 แผนระยะเร่งด่วน ดำเนินการทันทีจนถึงสิ้นปีนี้ 2 ระยะกลาง ปี 2558-2559 และ 3 แผนการแก้ไขปัญหาในการบินไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี ระหว่าง 2560-2565 โดยในอีก 5 ปีข้างหน้าการบินไทยจะปรับโฉมการเป็นสายการบินระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยมการให้บริการที่ดีแก่ผู้โดยสาร
ทั้งนี้การจัดทำแผนฟื้นฟูวิกฤตการบินไทย พบว่า 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1 ปัญหาด้านการบริหารจัดการ 2 ด้านการดำเนินงาน 3 โครงสร้างทางการเงิน และ 4 ปัญหาด้านบุคลากร ส่งผลให้บริษัทการบินไทยมีผลประกอบการขาดทุน
นอกจานี้ปัญหาการแข่งขันที่รุนแรงของสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ไม่สามารุควบคุมได้ และปัญหาราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นสูง โดยการบินไทยได้สำรองสั่งซื้อน้ำมันล่วงหน้า(เฮดจิ้ง) ระยะสั้นเฉลี่ย 80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด และระยะยาว 50% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด
“แผนฟื้นฟูวิกฤตการบินไทยจะเสนอให้ซุปเปอร์บอร์ด พิจารณาอีกครั้ง โดยอนาคตการบินไทยจะเป็นสายการบินซูเปอร์ พรีเมี่ยม และมีไทยสมายล์ ที่เป็นไลฟ์พรีเมี่ยม นกแอร์ เป็นแบรนด์ ที่ช่วยแข่งขันทางธุรกิจการบินให้มีความครบด้าน”พล.อ.อ.ศิวะเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตามช่วงไตรมาสที่ 4 มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี วัดได้จากยอดการจองล่วงหน้าในเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะ จีน ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย อินเดีย มียอดจองเฉลี่ย 70% ขณะที่ประเทศออสเตรเลียยอดจองไม่กระเตื้องมากนัก
ด้าน ร.อ.อ.มนตรี จำเรียง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กร และพัฒนาอย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า แผนการปรับลดพนักงานระยะ 5 ปี การบินไทยจะมีพนักงานประมาณ 1.8 หมื่นคน เทียบกับปัจจุบัน 2.4 หมื่นคน โดยมีเป้าหมายปรับลดพนักงานปีละ 1,200 คน จำนวนกว่า 6,000 คน ซึ่งในปีนี้มีพนักงานสมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษียณมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แบ่งเป็น กลุ่มเกษียณอายุ และสมัครใจลาออก 1,200 คน และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพ 300 คน รวม 1,500 คน เบื้องต้นใช้งบประมาณ ราว 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้แผนบริษัทแนวทางการกู้เงิน เพื่อรักษากระแสเงินสดหมุนเวียน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่ 15% ของผลประกอบการ โดยในปีนี้ตั้งเป้ามีอิบิด้า 1 หมื่นล้านบาท ในปีหน้า 3 หมื่นล้านบาท ด้านฝูงบินในปี 2561 การบินไทยจะมีฝูงบินประมาณ 100 ลำ







