
วันทุเรียนแห่งชาติ
การที่ผู้นำไปปฏิบัติงานในต่างแดนและประสบความสำเร็จ มักมี Global Leadership Competency เช่น รับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างได้รวดเร็วและปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม โดยไม่รอให้ผู้อื่นปรับมาหาตนเอง วันนี้จึงขอนำเรื่องราวของของผู้บริหาร คุณดิลก ถือกล้า ที่เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านนี้มาเล่าสู่กันฟัง
การที่ผู้นำไปปฏิบัติงานในต่างแดนและประสบความสำเร็จ มักมี Global Leadership Competency เช่น รับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างได้รวดเร็วและปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม โดยไม่รอให้ผู้อื่นปรับมาหาตนเอง วันนี้จึงขอนำเรื่องราวของของผู้บริหาร คุณดิลก ถือกล้า ที่เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านนี้มาเล่าสู่กันฟัง
ในปี 2551 คุณดิลกได้มีโอกาสเข้าไปนั่งทำงานที่สำนักงานประเทศสิงคโปร์กับบริษัทแห่งหนึ่ง ตำแหน่ง Vice PresidentGroup Human Resource ที่ดูแลทั้งอาเซียน จีน เกาหลี เมื่อถูกทาบทามไปทำงานนั้น คนเดิมในตำแหน่งนี้เป็นชาวสิงคโปร์ กลิ่นอายของเบอร์หนึ่งของ HR ก็ยังเป็นคนสิงคโปร์อยู่ดี เพราะคนที่เคยดูแลยังไม่ได้ไปไหน ยังคงนั่งทำงานอยู่ เพียงแต่ถูกย้ายไปให้ทำงานประจำอยู่ในหน่วยงานอื่น
การสร้างความศรัทธา (Trust) สำหรับผู้มารับตำแหน่งใหม่จึงเป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องบริหารบุคลากรต่างวัฒนธรรม ในสภาพแวดล้อมการทำงานกับคนสิงคโปร์ และต้องสร้างการยอมรับในฐานะผู้นำของพนักงานทุกคน คุณดิลกจึงวางกลยุทธ์ในการเข้าหา เข้าถึง แบบเป็นขั้นเป็นตอน คือ
ขั้นแรก สำรวจกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเห็นว่าสำนักงานแห่งนี้มีคนเกือบสองร้อยคน เช่าสำนักงานอยู่สองชั้น จึงได้ขอแผนผังที่นั่งของสำนักงาน แล้วลงชื่อตำแหน่ง หน่วยงาน ว่าแต่ละฝ่ายทำงานอยู่ส่วนไหนของสำนักงาน
ขั้นที่สอง เดินลงไปหาทีละพื้นที่กลุ่มเล็กๆ สองถึงสามคน เพื่อไปแนะนำตัวทำความรู้จัก พูดคุยถามไถ่ ให้จำหน้า จำชื่อได้
ขั้นที่สาม ประเมินการแสดงออกช่วงเข้าไปแนะนำตัว ดูว่าใครแสดงออกแบบเป็นบวกมากสุด แล้วเชิญไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน โดยคุณดิลกเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารกลางวัน (ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท) ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป จากเดิมที่พนักงานดูมีความระแวง กลับกลายเป็นว่า คนที่ยังไม่ได้ไปทานข้าวกลางวันกับผมก็จะรอว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวของพวกเขาบ้าง
จากกิจกรรมนี้เองทำให้คุณดิลกได้รู้จักกับคณะกรรมการจัดกิจกรรมประจำบริษัท ซึ่งคล้ายๆ กับคณะกรรมการสวัสดิการที่ประเทศไทย จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรม “วันทุเรียน”
คุณดิลกได้เรียนรู้จากผู้จัดกิจกรรมของบริษัทว่า มีกิจกรรมที่ประธานคนเก่าได้ทำไว้อย่างน่าสนใจ คือ มีการแอบนำเอาผลไม้สองชนิดมาวางไว้ที่โต๊ะพนักงานทุกคนช่วงกลางวัน ซึ่งแต่ละเดือนจะเวียนชนิดของผลไม้ไป ตอนบ่ายจะมีการส่งอีเมลบอกว่า ผลไม้มาจากไหน แต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร แล้วเชิญชวนให้แต่ละคนรับประทานผลไม้เพื่อความสดชื่น แจ่มใสในการทำงาน
จากการสังเกตกิจกรรมที่บริษัทนี้ได้ทำต่อเนื่อง คุณดิลกจึงได้เขียนอีเมลเข้าไปชื่นชมและให้กำลังใจ พร้อมกับปล่อยมุขว่า “น่าจะมีวันทุเรียนบ้างนะ” โดยไม่คิดว่า ผู้จัดกิจกรรมจะเอาคำแนะนำของคุณดิลกไปทำจริง แต่ปรากฏว่า ผู้จัดกิจกรรมได้นำเอาแนะนำดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้บริหารสนับสนุน สุดท้ายจึงได้กิจกรรม “วันกินทุเรียน” ประจำปีขึ้น ช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. โดยปิดที่จอดรถหนึ่งชั้น เหมาทุเรียนพร้อมคนขายมาปอกให้บริการพนักงานกิน รวมทั้งได้เตรียมมังคุด และน้ำผสมเกลือเพื่อแก้ร้อนใน แล้วจัดให้เวียนพนักงานมารับประทานเป็นกลุ่มๆ จนครบทุกคน
ในปีแรกที่มีการจัดงานนี้ พนักงานให้เกียรติคุณดิลกไปเปิดงานในฐานะที่เป็นผู้จุดประกาย ที่นำมาซึ่งสิ่งดีๆ อย่างคาดไม่ถึง
การไปบริหารคนในต่างประเทศ มีข้อมูลมากมายที่เราไม่อาจรู้แต่เรามีทางเลือก คือ จะจมอยู่กับความเครียดเพราะไม่มีข้อมูล หรือจะใช้วิธีการที่สร้างสรรค์เช่นผู้บริหารท่านนี้นะคะ







