
เจาะแรงงานเพื่อนบ้านอาชีพรุ่งวันนี้และวันหน้า
หลังปี 2558 ประชาคมอาเซียนจะเริ่มก้าวเข้าสู่มิติการเคลื่อนย้ายเสรีแรงงานวิชาชีพกันอย่างเต็มตัว
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หลังปี 2558 ประชาคมอาเซียนจะเริ่มก้าวเข้าสู่มิติการเคลื่อนย้ายเสรีแรงงานวิชาชีพกันอย่างเต็มตัว นักวิชาการหลายคนคาดการณ์ว่าจะเกิดการเคลื่อนย้ายเฉพาะในกลุ่ม 7 วิชาชีพ และ 1 กลุ่มวิชาชีพที่มีข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) เท่านั้น ขณะที่บางคนยังคงกังวลว่าแรงงานในอาชีพอื่นๆ ก็จะยังคงเคลื่อนย้ายไปมาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีความต้องการของแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีแรงงานจากอาเซียนเคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานในไทยแล้วนับล้านคน แรงงานเหล่านี้เข้ามาทำอะไรกันอยู่บ้าง
ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2557 มีแรงงานจากประเทศในแถบอาเซียนที่เข้าเมืองถูกกฎหมายคงเหลืออยู่ในไทยประมาณ 1.419 ล้านคน โดยสัญชาติที่ทำงานอยู่ในไทยมากที่สุด คือ พม่า 1.148 ล้านคน ตามด้วยกัมพูชา 1.94 แสนคน
สมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) เล่าว่า ทั้งแรงงานกัมพูชาและพม่าล้วนเข้ามาประกอบอาชีพในไทยตามความถนัดของตัวเอง โดยแรงงานกัมพูชาเน้นใน 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมประมง และอุตสาหกรรมก่อสร้าง
แตกต่างจากแรงงานชาวพม่าในไทยที่เข้ามาทำงานค่อนข้างหลากหลาย ทั้งที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมแปรรูป งานในโรงงาน งานบริการ งานภาคส่งออก ตลอดจนมีบางส่วนทำงานในภาคเกษตรด้วย
“อนาคตอาชีพของแรงงานเหล่านี้จะกลายเป็นอาชีพกึ่งทักษะมากขึ้น ปัจจุบันก็เริ่มเห็นแนวโน้มแล้ว เช่น แรงงานกัมพูชา แรงงานพม่า เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์แล้ว ต่อไปอาจเขยิบมาซ่อมรถ ขายรถ เป็นพนักงานต้อนรับ ขายของตามห้าง เพราะกิจการหลายๆ ประเภทที่กำลังขยายในไทย เป็นกิจการที่ต้องใช้ความรู้ ต้องใช้เทคโนโลยี คนกลุ่มนี้จึงค่อยๆ ปรับตัวตาม”
ขณะนี้เชื่อว่านายจ้างส่วนหนึ่งพร้อมแล้วที่จะเปิดรับแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานใหม่ๆ มากขึ้น เพราะเขากำลังประสบปัญหาขาดแคลนคนทำงาน ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอาจมองว่าเป็นการ “แย่งอาชีพ” แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะคนไทยไม่ทำแล้ว คนไทยเองอาจต้องกลับมาทบทวนเหมือนกันว่า อาชีพที่สร้างรายได้มีอะไรบ้าง และเมื่อก้าวเข้าสู่อาเซียน กิจการต่างๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีความหลากหลายเรื่องอาชีพ ก็ต้องยอมรับและให้เขามีส่วนรวมให้ได้
อีกชาติหนึ่งที่เข้ามาทำงานในไทยจำนวนมาก คือ ฟิลิปปินส์ เนื่องด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศส่งออกแรงงานมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ประกอบกับไทยมีค่าครองชีพต่ำกว่าฟิลิปปินส์ ทำให้ชาวฟิลิปปินส์กว่า 1.1 หมื่นคนยังคงทำงานอยู่ในไทย
กมลพร สอนศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า แรงงานฟิลิปปินส์ในไทยส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่ในกลุ่มครูสอนภาษาอังกฤษ เนื่องจากโรงเรียนต่างๆ ในไทยเองก็ต้องการครูฟิลิปปินส์เข้ามาทำงาน เพราะชาวฟิลิปปินส์เป็นคนอัธยาศัยดี แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของภาษาโดยตรง แต่ก็มีวิธีการสอนสนุก ช่วยให้เด็กไทยเข้าใจได้
ขณะที่ โจเซลีน บาโตอนการ์เซีย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย บอกว่า ในอนาคตชาวฟิลิปปินส์คงไม่ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก เพราะแม้จะมีการเปิดเสรีให้เคลื่อนย้าย 7 วิชาชีพกับ 1 กลุ่มวิชาชีพ แต่สภาวิชาชีพต่างๆ ของไทยยังกำหนดให้ชาวต่างชาติต้องสอบเป็นภาษาไทย จึงทำให้ชาวฟิลิปปินส์อาจไม่ได้ย้ายเข้ามาเพิ่มเติมมากนัก กลุ่มที่เข้ามาจึงน่าจะเข้ามาประกอบอาชีพกลุ่มเดิม คือ ครูสอนภาษาอังกฤษ ในอนาคตหากมีการสอนภาษาไทยให้แก่ชาวฟิลิปปินส์น่าจะเป็นประโยชน์แก่ทั้งไทยและฟิลิปปินส์
สำหรับพื้นที่ที่ชาวฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานกันมาก ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี
ด้านประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย นั้น ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ระบุว่า ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานในกลุ่มผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูง เช่น ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ขณะเดียวกันมีบางส่วนมาประกอบอาชีพที่เตรียมเปิดให้เคลื่อนย้ายเสรีด้วย เช่น สถาปนิกและวิศวกร
เหลือเวลาอีกเพียง 16 เดือนก่อนเปิดประชาคมอาเซียน ทั้งแรงงานและนายจ้างชาวไทย ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้พร้อมรับสถานการณ์แรงงานที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาด







