
แง้มแฟ้มลงทุน ทอท. ตั้งเป้ายอดใช้สนามบินทะลุ 200 ล้าน
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบนโยบายระหว่างเปิดงาน “เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย”
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบนโยบายระหว่างเปิดงาน “เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย” ว่า ต้องการให้มีการใช้ประโยชน์สนามบิน 3 แห่ง คือ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะแนวคิด พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการปัดฝุ่นสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ เพื่อลดความแออัดของสนามบินหลัก เช่น สุวรรณภูมิ ที่อยู่ระหว่างการลงทุนเฟส 2 กว่า 6.25 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผู้ใช้บริการได้ 60 ล้านคน/ปี ภายในปี 2560
แต่ทว่าด้วยปริมาณผู้ใช้บริการสนามบินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. จึงได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า แม้ว่าขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเกินกว่าความจุ 45 ล้านคน/ปีไปแล้ว และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภายังต้องใช้เวลาลงทุนอีกพักใหญ่ๆ
“การลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2ตอนนี้ต้องชะลอไปก่อน จนกว่า คสช.จะตรวจสอบเสร็จ แต่ตรงนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเหมือนกับตอนนี้เรามีรถก๋วยเตี๋ยวอยู่ 2 คัน คือ สุวรรณภูมิ และดอนเมือง ถ้ารถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวอีกคันมาช้า คือ สนามบินสุวรรณภูมิเต็มเราก็ไปใช้ดอนเมืองแทน ซึ่งก็เข้ากรุงเทพฯ ได้เหมือนกัน”เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ระบุ
ในขณะที่ก่อนหน้านี้บอร์ด ทอท.ได้อนุมัติแผนงานและเงินลงทุนพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 เป็นวงเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการรองรับผู้ใช้สนามบินดอนเมืองจาก 18.5 ล้านคน/ปีในปัจจุบัน เป็น 30 ล้านคน/ปีในปี 2558 และขยับเพิ่มเป็น 40 ล้านคน/ปี ในปี 2559
จึงเท่ากับว่า แม้การลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 จะต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกระยะหนึ่งก่อนลงมือก่อสร้าง หรือการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาที่ยังต้องใช้เวลาในการลงทุนพัฒนา แต่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาคอขวดการใช้สนามบินในกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมฆินทร์กลับมีความเป็นห่วงความแออัดของการใช้บริการสนามบินภูเก็ตมากกว่า เพราะปัจจุบันสนามบินภูเก็ตมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้เพียง 6.5 ล้านคน/ปีเท่านั้น แต่ขณะนี้มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินภูเก็ตมากกว่า 11.5 ล้านคน/ปีแล้ว
“สิ่งที่มีปัญหามาโดยตลอด คือ ที่ภูเก็ตเรามีแผนพัฒนาภูเก็ตเฟส 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้เพิ่มเป็น 12.5 ล้านคน แต่การก่อสร้างล่าช้ามาก จากเดิมที่มีกำหนดต้องแล้วเสร็จในปีนี้ แต่ต้องเลื่อนไปเป็นปี 2558 และด้วยปริมาณผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น การประชุมบอร์ด ทอท. วันที่ 21 ส.ค.นี้ ฝ่ายบริหารจะเสนอแผนลงทุนสนามบินภูเก็ตเฟส 3 วงเงินลงทุน 3,700 ล้านบาท เพื่อให้สนามบินภูเก็ตรองรับผู้ใช้บริการได้เป็น 18 ล้านคนในปี 2560” เมฆินทร์ ระบุ
นอกจากนี้ ในฐานะที่ ทอท.เป็นหนึ่งในหน่วยงานยุทธศาสตร์ที่มีหน้าที่ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขนส่งทางอากาศทั้งภายในและระหว่างประเทศ ตลอดจนแข่งขันกับสนามบินต่างๆ ในการเป็นฮับทางการบินในภูมิภาค เมฆินทร์ มองว่ายุทธศาสตร์ความเป็นฮับหรือศูนย์กลางทางการบินของไทย ต้องพุ่งเป้าไปที่การเป็นฮับด้านการท่องเที่ยวรองลงมาจึงจะเป็นฮับด้านการติดต่อทางธุรกิจ
“ถ้าเราจะเป็นฮับ เราจะเป็นฮับอะไรเพื่อไปแข่งขันกับสนามบินอื่นๆ ถ้าเราจะเป็นฮับด้านคาร์โก้เราคงสู้ฮ่องกงไม่ได้ เพราะเขามีการนำเข้าส่งออกสินค้ากับจีนจำนวนมหาศาล หรือถ้าจะเป็นฮับทางธุรกิจเราคงสู้สิงคโปร์ไม่ได้ เพราะสิงคโปร์มีเงินทุนมหาศาล เช่น ตอนที่เขาอยากให้สายการบินออสเตรเลียบินผ่านสิงคโปร์ เขาก็ซื้อสายการบินแควนตัสเลย ดังนั้น ถ้าเราจะเป็นฮับเราต้องเป็นฮับท่องเที่ยว เมื่อผมรู้ว่ายุทธศาสตร์ของประเทศไทยอยู่ที่ไหน เราก็เดินไปตามศักยภาพที่เรามีอยู่ แม้ว่าวันนี้สิงคโปร์จะพยายามแข่งกับไทยในการเป็นฮับท่องเที่ยวเหมือนกัน” เมฆินทร์ บอก
แน่นอนว่าในระหว่างที่ ทอท.รอทิศทางและนโยบายของ คสช. ล่าสุด ฝ่ายบริหาร ทอท.ได้สรุปแผนลงทุนและพัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่ง ทั้งแผนเดิมที่อนุมัติไปแล้วและแผนใหม่ที่อยู่ระหว่างการอนุมัติ เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารโดยรวมเป็น 146 ล้านคนภายในปี 2560 และเพิ่มเป็น 200 ล้านคน/ปีภายในปี 25702575 หากมีการลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 3 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 60 ล้านคน/ปี
นี่จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญของภาคธุรกิจ ภาคการค้าและภาคการท่องเที่ยวของไทยจะได้รับอานิสงส์จากจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกไทยมากกว่า 100 ล้านเที่ยว/ปีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเลยทีเดียว







