
เศรษฐกิจดีไม่ดีดูง่ายๆ จากสิ่งรอบตัว
เขียนเรื่อง “เศรษฐกิจดีไม่ดี เขาดูกันที่ไหน” มา 3 ตอนแล้ว หลายคนก็อาจรู้สึกว่ามันก็ยากอยู่เหมือนกันนะ ยิ่งเวลาต้องเข้าเว็บแบงก์ชาติ หรือสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้าด้วยแล้วก็ยิ่งงง ไม่รู้จะกดหาข้อมูลได้ยังไง ก็ขอส่ง Link สำหรับท่านผู้สนใจจะหาข้อมูลมาให้เลยครับ
เขียนเรื่อง “เศรษฐกิจดีไม่ดี เขาดูกันที่ไหน” มา 3 ตอนแล้ว หลายคนก็อาจรู้สึกว่ามันก็ยากอยู่เหมือนกันนะ ยิ่งเวลาต้องเข้าเว็บแบงก์ชาติ หรือสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้าด้วยแล้วก็ยิ่งงง ไม่รู้จะกดหาข้อมูลได้ยังไง ก็ขอส่ง Link สำหรับท่านผู้สนใจจะหาข้อมูลมาให้เลยครับ
l ธนาคารแห่งประเทศไทย ดูได้ที่ http://www.bot.or.th/Thai/ EconomicConditions/Thai/Index/Pages/index.aspx
l สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า ดูได้ที่ http://www.price.moc.go.th/
แต่สำหรับหลายท่านที่ไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกที่จะเข้าหาข้อมูลในเว็บที่บอก อยากจะรู้ว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้เป็นยังไงก็ไม่ยากครับ สามารถสังเกตได้จากชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ ตัวอย่างเช่น
ดัชนีมาม่า ดัชนีตัวนี้พวกเรามักจะรู้จักกันดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามถ้าเศรษฐกิจแย่ ยอดขายมาม่าจะสูงขึ้น (จริงๆ แล้วไม่ได้หมายถึงแค่มาม่านะครับ แต่หมายถึงบะหมี่สำเร็จรูปทุกยี่ห้อ) เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีคนก็จะมีรายได้น้อย ความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตก็ต่ำ ก็เลยจะใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด บะหมี่สำเร็จรูปเป็นอาหารที่มีราคาถูก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการประหยัดค่าอาหาร คนจึงซื้อกินกันเยอะ ยอดขายบะหมี่สำเร็จรูปจึงสูงครับ
แฟชั่นของผู้หญิง ถ้าแฟชั่นผู้หญิงใส่กระโปรงสั้นฮิตแสดงว่าเศรษฐกิจดี เหตุผลก็เพราะผู้หญิงเวลามีความมั่นใจในตัวเอง จะกล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น แฟชั่นการแต่งกายเป็นช่องทางหนึ่งในการแสดงออกถึงความมั่นใจของผู้หญิง ที่เมืองนอกเคยมีรายงานวิจัยแสดงถึงความสัมพันธ์ของแฟชั่นการใส่กระโปรงสั้นของผู้หญิงกับการขึ้นลงดัชนีหุ้น พบว่า แฟชั่นการใส่กระโปรงสั้นจะมีความสัมพันธ์กับช่วงที่หุ้นอยู่ในภาวะกระทิงครับ
พูดถึงกระโปรงสั้น ก็ต้องพูดถึงเครื่องสำอางของผู้หญิงด้วย ลองทายดูสิครับถ้าเศรษฐกิจไม่ดีเครื่องสำอางผู้หญิงอันไหนขายดี คำตอบ คือ ลิปสติก ครับ เหตุผลก็เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ผู้หญิงก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายเหมือนกัน แต่ยังไงการรักสวยรักงามก็ยังเป็นเรื่องสำคัญของผู้หญิง ดังนั้นเครื่องสำอางที่เคยซื้อครบชุดถ้าจะให้เลิกซื้อเลยก็ขออดข้าวตายดีกว่า ยังไงก็ต้องเหลือสักอย่างที่สามารถช่วยให้ใบหน้าดูสวยงามได้อยู่ เครื่องสำอางที่ผู้หญิงมองว่าสำคัญมีผลต่อความสวยงามของใบหน้า คือ ลิปสติก ครับ เพราะสีที่โดดเด่นและที่สำคัญคือใช้ได้นาน ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีผู้หญิงจึงมีแนวโน้มที่จะประหยัดเครื่องสำอางทุกอย่าง แต่ไม่ประหยัดลิปสติกครับ
คนขับ TAXI หลายครั้งที่เรานั่ง TAXI เราเคยชวนคนขับคุยหรือคนขับเคยชวนเราคุยบ้างไหมครับ สำหรับผมช่วงที่การเมืองมีปัญหา ขึ้น TAXI ทีไร ถูกชวนคุยเรื่องการเมืองตลอด ก็หาทางเลี่ยงที่จะคุยไปเรื่อยๆ กลัวกลับไม่ถึงบ้าน ทีนี้การคุยกับคนขับ TAXI ก็ให้ภาพเศรษฐกิจได้ดีครับ เช่น ความลำบากในการหาลูกค้า ถ้า TAXI หาลูกค้าได้ยาก แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะคนจะประหยัดนั่งรถโดยสารสาธารณะมากกว่า และอีกอย่างที่เราจะสังเกตได้ก็คือ ตัวคนขับ TAXI นั่นแหละครับ ถ้าพบคนขับ TAXI ส่วนใหญ่เป็นคนจบระดับปริญญา แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดีครับ เพราะหมายถึงคนเหล่านั้นอาจเป็นคนที่หางานไม่ได้ หรือถูกเลิกจ้างตามภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีครับ
ไม่ใช่แค่คนขับ TAXI ที่เราสามารถสังเกตเพื่อคาดภาวะเศรษฐกิจได้ สาวเสิร์ฟตามร้านอาหารต่างๆ ก็บอกเราเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจได้เช่นกันครับ อ๊ะ อย่าเข้าใจผิดว่าผมแนะนำให้ถามสาวเสิร์ฟเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจนะครับ แต่ที่จะแนะนำ คือ ให้สังเกตหน้าตาของสาวเสิร์ฟครับ ถ้าสาวเสิร์ฟส่วนใหญ่หน้าตาดี แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ดี เหตุผลก็เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี เจ้าของร้านอาหารก็อาจจำเป็นต้องลดคนงาน ถ้าต้องลดคนงาน ก็คงเลือกลดคนหน้าตาไม่ดีก่อน จึงเหลือคนหน้าตาดีๆ ทำงานครับ
อีกอันที่เป็นประสบการณ์กับตัวเองเลย เวลาเศรษฐกิจดี จะตามหาช่างรับเหมามาซ่อมแซมบ้าน ยากมากๆ ขอบอก เพราะเห็นว่างานเล็กๆ ไม่คุ้ม แต่เวลาเศรษฐกิจแย่ กลับตามช่างได้ง่ายกว่าเยอะ ดังนั้นความยากง่ายในการเรียกช่าง ก็บอกเราถึงภาวะเศรษฐกิจได้เช่นกันครับ







