
ลีวายส์เร่งอัดยอดลุ้นเป้าใหม่เหลือ5%
ลีวายส์ เร่งยอด 5 เดือนสุดท้าย ชดเชยครึ่งปีแรกโตไม่ถึง 5% พร้อมรุกกัมพูชา หวัง 3 ปี มีสัดส่วน 5%
ลีวายส์ เร่งยอด 5 เดือนสุดท้าย ชดเชยครึ่งปีแรกโตไม่ถึง 5% พร้อมรุกกัมพูชา หวัง 3 ปี มีสัดส่วน 5%
นายพิสุทธิ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย บริษัท ดีเอสเอช (ประเทศไทย) ผู้แทนจำหน่าย เช่น ลีวายส์ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจ 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ลีวายส์มากขึ้น ด้วยการจัดกิจกรรมใหญ่อีก23 แคมเปญ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้า เพราะทุกครั้งที่บริษัทจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญต่างๆ กลุ่มสินค้าลีวายส์ จะมียอดขายเพิ่มจากปกติกว่า 1520%
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องหันมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนสุดท้ายนี้ พร้อมเพิ่มงบตลาด 12% จากเดิม เพราะยอดขายกลุ่มลีวายส์ครึ่งปีแรกโตไม่ถึง 5% ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมโต 89% เนื่องจากโดนกระทบจากเศรษฐกิจและการเมืองต้นปี
อย่างไรก็ตาม อัตราโตดังกล่าวถือว่าสูงกว่าภาพรวมตลาดยีนส์ที่จำหน่ายในดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ซึ่งไม่โตเนื่องจากผู้บริโภคกำลังซื้อชะลอ และกลุ่มสินค้ายีนส์ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าแฟชั่นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นลำดับสุดท้าย เพราะจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย
“กิจกรรมแรกที่เราจะจัดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ คือ ลีวายส์ กิ๊ฟแอนด์ เก็ต ต่อฝันปันสุข เมื่อซื้อสินค้ามุลค่า 1,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จจะได้รับส่วนลด 500 บาท และบริจาคเงิน 5 บาทให้กับมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย และซื้อครบ 2,900 บาทขึ้นไปรับส่วนลด 1,000 บาท และบริจาคเงิน 10 บาท ซึ่งหลังจากจบแคมเปญดังกล่าวที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ส.ค.30 ก.ย.คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติ 1520% “ นายพิสุทธิ์กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะจัดแคมเปญ “ลิฟ ลีวายส์” ซึ่งจะเป็นกิจกรรมสื่อถึงการชีวิตอยู่กับผลิตภัณฑ์ลีวายส์ โดยหลังจากบริษัทออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
นอกจากจัดกิจกรรมตลาด บริษัทได้ขยายช็อปลีวายส์ และจุดจำหน่ายกลุ่มสินค้าลีวายส์ในดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ซึ่งช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้มีแผนจะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 10 สาขา จากปัจจุบันมีกว่า 100 สาขา บริษัทคาดสิ้นปีน่าจะผลักดันให้ยอดขายโต 5% ตรงตามเป้าหมายใหม่ที่วางไว้จากเดิมคาดจะโต 89%
นายพิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการนำกลุ่มสินค้าลีวายส์เข้าไปทำตลาดในประเทศกัมพูชา โดยผ่านตัวแทนจำหน่ายหลังเริ่มเข้าไปทดลองทำตลาดช่วง 23 ปีที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าในประเทศกัมพูชาให้ผลการตอบรับที่ดี และจากการที่ประเทศกัมพูชาเริ่มมีการขยายตัวทางด้านธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากอิออนมอลล์เข้าไปเปิดให้บริการ บริษัทคาดว่าอีก 34 ปีข้างหน้ากลุ่มสินค้าลีวายส์จะขยายตัวได้มากกว่านี้ และส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทน่าจะมียอดขายจากการทำตลาดในประเทศกัมพูชาที่ประมาณ 5%







