
ยักษ์อสังหาฯพร้อมรบชิงบ้านแนวราบปั๊มรายได้
เข้าสู่ช่วงทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2557 และสรุปภาพรวมรายได้รวมถึงกำไรสุทธิของผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เกิดขึ้นจากช่วง 12 ปีที่ผ่านมา และเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ บางส่วนเป็นยอดจากบ้านแนวราบที่สร้างเสร็จ พร้อมขายพร้อมโอนในช่วงต้นปี สะท้อนได้ว่า คนที่อยากมีที่อยู่อาศัยยังพร้อมโอน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มั่นใจและพร้อมรบมากขึ้น
เข้าสู่ช่วงทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2557 และสรุปภาพรวมรายได้รวมถึงกำไรสุทธิของผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เกิดขึ้นจากช่วง 12 ปีที่ผ่านมา และเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ บางส่วนเป็นยอดจากบ้านแนวราบที่สร้างเสร็จ พร้อมขายพร้อมโอนในช่วงต้นปี สะท้อนได้ว่า คนที่อยากมีที่อยู่อาศัยยังพร้อมโอน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มั่นใจและพร้อมรบมากขึ้น
เห็นได้จากยักษ์ใหญ่อย่างค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ที่เตรียมแผนบุกทั้งตลาดในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และฟื้นแผนรุกตลาดต่างจังหวัดใหม่อีกครั้ง โดยมีแผนจะเปิดโครงการใหม่อีก 35 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4.1 หมื่นล้านบาท จากครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 38 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะดีขึ้นมาก เพราะปัญหาการเมืองคลี่คลายแล้ว โดย ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ยอดขายครึ่งปีแรกที่ผ่านมาของพฤกษา 17,937 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.9% แต่คาดว่าครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น
สำหรับเป้ายอดขายของพฤกษาตลอดปีนี้อยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ทำได้แล้ว 41.7% เหลืออีก 58.3% ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย จากการเปิดโครงการใหม่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และการร่นระยะเวลาการก่อสร้างให้เร็วขึ้น โดยสิ้นไตรมาสแรกของปี 2557 สามารถส่งมอบบ้านได้ภายใน 96 วัน นับจากวันจอง ลดลงมา 50 วัน จากช่วงสิ้นปี 2556
การขยับบุกหนักบ้านแนวราบในทุกเซ็กเมนต์ จะทำให้มีรายได้เข้ามาเลย เพราะส่งมอบได้เร็วขึ้น โดยยอดขายช่วง 6 เดือนแรก สัดส่วนสูงถึง 80% มาจากบ้านแนวราบ เช่นเดียวกับรายได้ 6 เดือนแรก 18,810 ล้านบาท เติบโต 22.7% สัดส่วน 80% เป็นบ้านแนวราบ
“พฤกษาไม่เพียงแต่บุกหนักทุกเซ็กเมนต์ แต่ยังขยับระดับราคาขายเพิ่มขึ้นด้วย โดยปีนี้ไม่มีบ้านต่ำกว่า 1 ล้านบาทแล้ว จากปีที่ก่อนมีสัดส่วน 2% ส่วนบ้านราคา 13 ล้านบาท สัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 60% ในปีที่แล้วเป็น 63% ปีนี้ และบ้านมากกว่า 5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 9% ส่งผลให้ราคาบ้านเฉลี่ยของพฤกษาเพิ่มขึ้นจาก 2.26 ล้านบาท เป็น 2.46 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน พฤกษาจะชะลอการลงทุนในต่างประเทศ แล้วหันมาขยายตลาดต่างจังหวัดแทน เพราะมีโอกาสจากปัจจัยการลงทุนระบบโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ 2.4 ล้านล้านบาท โดยตั้งทีมศึกษาตลาดจังหวัดอย่างจริงจังแล้ว จะเน้นตลาดบ้านแนวราบเป็นหลัก ปัจจุบันทำตลาดในชลบุรี เชียงใหม่ อยุธยา ขอนแก่น ภูเก็ตแล้ว กำลังสนใจระยอง สุราษฎร์ธานี เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนลงทุนมินิ โมบาย พรีแคส หรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูปเคลื่อนที่ ใช้งบราว 70 ล้านบาทต่อจุด ซึ่งจะต้องเป็นจุดที่ตลาดมีความคุ้มทุนมากพอ โดยเป้าหมายยอดขายในต่างจังหวัดของพฤกษา ควรมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 10% จากปัจจุบัน 5% คาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 7%
ขณะที่ค่ายเอพี พร้อมลุยต่อกับกลุ่มทุนญี่ปุ่น โดย อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า แม้ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจะมีหลายปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ร่วมลงทุนต่ออีก 1 โครงการ มูลค่า 3,300 ล้านบาท หลังจากร่วมลงทุนด้วยแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการริทึ่ม อโศก 2 โครงการรึทึ่ม สุขุมวิท 3638 และแอสปาย รัชดาวงศ์สว่าง ซึ่งเปิดขายเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และทำยอดขายได้กว่า 3,700 ล้านบาท ตามเป้าหมาย
ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า จะเห็นว่าผลประกอบการของบริษัทกลับมาทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความมั่นใจในการลงทุนเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3 จะเปิดตัว 4 โครงการบ้านแนวราบ ในย่านสาทรกัลปพฤกษ์ วัชรพลสุขาภิบาล 5 เกษตรลาดปลาเค้า และรัตนาธิเบศร์ ซึ่งคาดว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะกำลังซื้อที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดบ้านแนวราบ
แม้บิ๊กอสังหาริมทรัพย์จะเร่งเคลื่อนทัพในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ทุกรายต่างยอมรับว่า ภาพรวมยอดขายตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้ยังหดตัวลง 7.2% หรือมีมูลค่าการซื้อขาย 323,300 ล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ 348,536 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยการเมืองที่กระทบความเชื่อมั่นอย่างหนักในครึ่งปีแรก







