
วันแม่
เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือวันแม่แห่งชาติของไทย แล้วทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า วันแม่แห่งชาติของประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ตรงกับวันที่เท่าไรของปี และเขาทำอะไรกันบ้าง
เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือวันแม่แห่งชาติของไทย แล้วทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า วันแม่แห่งชาติของประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ตรงกับวันที่เท่าไรของปี และเขาทำอะไรกันบ้าง
ชาติส่วนใหญ่ของอาเซียนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ เลือกจัดงานวันแม่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน พ.ค.ของทุกปี ตามแบบสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกอีกหลายชาติ เพื่อให้วันดังกล่าวตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ หลายๆ ชาติในกลุ่มนี้จึงไม่ถือว่าวันแม่เป็นวันหยุดราชการ
สำหรับฟิลิปปินส์นั้นได้รับอิทธิพลจากสหรัฐอเมริกามากเป็นพิเศษ จึงมีกิจกรรมหลายๆ อย่างที่เป็นตามแบบสหรัฐ อย่างไรก็ดี ก็ยังมีวัฒนธรรมแบบฟิลิปปินส์อยู่บ้าง เนื่องจากชาวฟิลิปปินส์มองว่าแม่เป็น “แสงของครัวเรือน” ในวันนี้เด็กๆ จึงจะช่วยแม่ทำงานบ้าน ทำอาหาร ทำงานฝีมือให้แม่ พาแม่ไปช็อปปิ้ง
ขณะที่ลาวเลือกจัดงานวันแม่ในวันที่ 8 มี.ค.ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันสตรีสากลตามที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนด เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ชาติ และให้วันแม่เป็นวันหยุดราชการไปด้วย
ดังนั้น จึงเหลือชาติในอาเซียนอีก 34 ประเทศที่จัดงานเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง นอกจากไทยแล้ว ประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมวันแม่น่าสนใจ คือ อินโดนีเซีย
ในแดนอิเหนาเขาจัดงานวันแม่กันในวันที่ 22 ธ.ค.ของทุกปี วันแม่ของที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่ให้ลูกบอกรักแม่ ดูแลแม่ แต่เป็นวันที่ให้ความสำคัญกับแม่ทุกคนในประเทศ
ให้ความสำคัญระดับที่ว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณสามารถบอก “สุขสันต์วันแม่” แก่แม่ของคุณ แม่ของลูก (ภรรยา) ของคุณ แม่ของเพื่อน ตลอดจนสตรีผู้เป็นแม่คนไหนก็ได้ที่คุณพอจะรู้จัก
เรื่องดังกล่าวถึงขั้นทำให้สตรีชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งเกิดอาการ “คัลเจอร์ช็อก” เมื่อแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติแล้วไปใช้ชีวิตด้วยกันในต่างประเทศ แล้วสามีไม่บอกสุขสันต์วันแม่กับตัวเอง เธอยังช็อกซ้ำช็อกซ้อนอีกรอบ เมื่อบอกสุขสันต์วันแม่กับแม่คนอื่นแล้วโดนจ้องกลับมา ราวกับว่าเธอบอกสุขสันต์วันแม่แบบ “หวังผล”
ข้ามไปที่ “เวียดนาม” นอกจากที่นี่จะมีวันแม่ตามวัฒนธรรมตะวันตกแล้ว ที่นี่ยังมีเทศกาล “Mua Vu lan” ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 เป็นงานเทศกาลจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ไม่ใช่เฉพาะแม่ที่มีชีวิตอยู่ แต่รวมไปถึงแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ในอดีตดูเหมือนเป็นเพียงเทศกาลสำหรับผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่มาจนถึงวันนี้ชาวเวียดนามศาสนาอื่นก็ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้บ้างเช่นกัน
ทั้งหมดข้างต้นคือเรื่องราวของ “วันแม่” จากหลากมุมของอาเซียน สิ่งหนึ่งที่เราจะพบได้จากวันนี้ นอกจากเรื่องความกตัญญูกตเวทีแล้ว ยังมีเรื่องความสวยงามของวัฒนธรรม การให้ความสำคัญต่อ “ผู้เป็นแม่”
แม้หลายคนอาจมองว่าการกำหนดวันขึ้นมาเป็นเพียงเรื่อง “พิธีกรรม” หรือ “พิธีการ” เราสามารถทำดี พาแม่ไปเที่ยว บอกรักแม่ ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ได้ทุกวัน แต่ในแง่วัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีให้เห็นในทุกมุมของโลก และเราคงไม่ได้เห็นความสวยงามเช่นนี้ทุกวัน
บ้านเราเองก็เป็นชาติที่มีวัฒนธรรมวันแม่โดดเด่นชาติหนึ่งในอาเซียน การบอกรักแม่ มอบดอกมะลิให้แม่ ไม่ใช่เรื่อง “น่าอาย” แต่เป็นเรื่อง “น่ารัก” มารักษาความน่ารักนี้ไว้ในภูมิภาคของเรากันครับ







