
ชิ้นส่วนยานยนต์แข็งแกร่ง
กูรูฟันธงเปิดเออีซีไม่สะเทือนแน่นักวิชาการหวั่นอีก5ปีอินโดฯเทียบชั้น
กูรูฟันธงเปิดเออีซีไม่สะเทือนแน่นักวิชาการหวั่นอีก5ปีอินโดฯเทียบชั้น
อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์มั่นใจเปิดเออีซีไม่กระเทือน ด้านนักวิชาการเตือนอีก 5 ปี อินโดฯ อาจเทียบชั้นไทย
นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ และกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยจะไม่ได้รับผลกระทบทางลบ และยังเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันสูง
“ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลว่าเพื่อนบ้านจะแซงหน้า เพราะไทยมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีและกำลังคนที่เร็วกว่า แต่ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยต้องเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน อาจจะเน้นหรือหันไปผลิตชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น ส่วนชิ้นส่วนที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นอาจจะส่งต่อให้ประเทศเพื่อนบ้านผลิตแทน” นายถาวร กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยประมาณ 10 กว่าบริษัท ขยายฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย พม่า กัมพูชา และลาว
นายถาวร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันการเปิดเออีซียังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยให้ส่งออกสินค้าป้อนตลาดอินโดนีเซีย ที่กำลังขยายกำลังการผลิตรถยนต์ด้วย อีกทั้งยังสามารถขยายตลาดในพม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้กำลังขยายตัว ทำให้คนมีกำลังซื้อสูงขึ้น
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีนี้ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยอาจยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หลังจากนี้คาดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่อาจพัฒนามาเทียบชั้นไทยได้ ไทยต้องกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมใหม่ว่าจะเน้นผลิตรถกระบะหรือรถยนต์ไฮบริดแทน
“แม้ว่าตอนนี้อินโดนีเซียยังไม่ใช่คู่แข่งที่ชัดเจนของไทย แต่ประธานาธิบดีคนใหม่ประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์มากขึ้น จึงประมาทไม่ได้ แม้ว่าด้านปริมาณอาจจะไม่แซงหน้าไทย แต่ก็อาจใกล้เคียงกัน” นายอัทธ์ กล่าว







