
อิเหนาเลิกภาษีค้าออนไลน์
เว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้านอีคอมเมิร์ซพิจารณากฎหมายป้องลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์
เว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้านอีคอมเมิร์ซพิจารณากฎหมายป้องลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์
รัฐบาลอินโดนีเซียยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มในการทำธุรกรรมผ่านพาณิชย์ออนไลน์
สำนักข่าวจาการ์ตา โพสต์ จากอินโดนีเซีย รายงานว่า รัฐบาลแดนอิเหนากำลังพิจารณายกเว้นภาษีในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ดำเนินงานโดยผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงจูงใจและช่วยส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้เพิ่มสูงขึ้นภายในประเทศ
ทั้งนี้ การทำธุรกรรมออนไลน์ส่วนใหญ่ในเว็บไซต์ของผู้ประกอบการในท้องถิ่นของอินโดนีเซีย อาทิ ร้านจำหน่ายหนังสือออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร เป็นต้น ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่การทำธุรกรรมผ่านการซื้อขายสินค้ากับตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีดังกล่าว
เงื่อนไขที่แตกต่างกันนี้ ทำให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซต่างประเทศ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในอินโดนีเซียมากกว่าผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของนักธุรกิจในประเทศ เมื่อต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างประเทศ
นอกจากนี้ มูฮัมหมัด ลุตฟี รัฐมนตรีกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย ยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า อีคอมเมิร์ซจะช่วยปรับปรุงการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และประสิทธิภาพที่ดีของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี้ยังช่วยส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่ผลิต โดยวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้มีขอบเขตกว้างขึ้นอีกด้วย
ด้าน แดเนียล ทูมิวา ประธานสมาคมอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซีย (ไอดีอีเอ) กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ภาครัฐวางแผนที่จะยกเว้นภาษีดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการออนไลน์ที่มีขนาดเล็ก แถมยังช่วยเพิ่มห่วงโซ่ทางการค้าและสนับสนุนสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ขยายตัวกว้างมากขึ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ด้านผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซท้องถิ่นในอินโดนีเซียคาดว่าตลาดสินค้าออนไลน์ในประเทศน่าจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2016
แม้ว่าตลาดออนไลน์จะมีศักยภาพสูงมาก ทว่าปัญหาเรื่องกฎระเบียบด้านอีคอมเมิร์ซที่ยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมในประเทศ ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียควรจะเร่งแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ดี กระทรวงการค้าอิเหนา ระบุว่า ได้วางแผนการค้าออนไลน์ไว้แล้ว ซึ่งคาดว่ากฎหมายการค้าน่าจะผ่านการพิจารณาภายในปีนี้ โดยกฎหมายดังกล่าวร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะช่วยป้องกันผู้บริโภคจากปัญหาทางการค้าที่เกิดขึ้นในการซื้อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์







