
ตลท.ปลุกมนุษย์เงินเดือนตื่นตัววางแผนการเงิน
ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการให้ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านการเงิน (Financial Literracy) เริ่มตั้งแต่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และผู้ลงทุน ตามโครงการต่างๆ ของ TSI สำหรับ “โครงการเงินทองต้องวางแผน” ที่เน้นการให้ความรู้ทางการเงินแก่คนวัยทำงานหรือที่เรียกกันว่ามนุษย์เงินเดือน โดยปี 2557 ยังเน้นการสานต่อโครงการจากปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการให้ความรู้เรื่องการออมและการลงทุน จะต้องใช้เวลาในการให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจต่อการลงทุนระยะยาวกว่าประเทศไทยจะเกิดวัฒนธรรมการลงทุนขึ้นมา
ทั้งนี้ ก็เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนตื่นตัวต่อการสร้างวินัยทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างสมบูรณ์ในปี 2568 โดยวันที่ 1 ก.ค. 2557 มีจำนวนผู้สูงอายุประเทศไทยประมาณ 16.5 ล้านคน ซึ่งในอนาคตก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงข้ามกับจำนวนประชากรรุ่นใหม่ที่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ากว่า
“สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” ประธานกรรมการ ตลท. กล่าวว่า โครงสร้างของประชากรไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ภาระของวัยทำงานจึงเป็นเรื่องที่หนัก เพราะต้องดูแลสมาชิกวัยเด็กและวัยชรามากขึ้น รวมถึงต้องรองรับ ค่าใช้จ่ายของตัวเองในปัจจุบันและการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณในอนาคต
ดังนั้นผู้ที่อยู่ในวัยทำงานควรต้องมีความรู้และความเข้าใจเรื่องการวางแผนทางการเงินที่ดี ตลท.จึงต้องสานต่อโครงการ “เงินทองต้องวางแผน : ปฏิวัติความคิด พลิกชีวิต สู่ความมั่งคั่ง” ภายใต้แนวคิด “หมดหนี้มีออม ลงทุนเพิ่มค่า วางแผนก่อนแก่” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังเริ่มโครงการเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา เพราะพยายามจะทำให้มนุษย์เงินเดือน ทั้งพนักงานบริษัทเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้าราชการ ตื่นตัวเรื่องการวางแผนทางการเงิน จนท้ายสุดสามารถต่อยอดเงินออมของตัวเองจนสร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้
“เกศรา มัญชุศรี” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ปีนี้เป็นการเดินหน้าปลุกกระแสให้เกิดการ ตื่นตัวการวางแผนทางการเงินต่อ โดยผ่านการจัดอบรมและผ่านสื่ออย่างครบวงจรเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งสื่อโฆษณาทั่วไปและสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีที่จะเข้าถึงและตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และยังร่วมกับพันธมิตรในการไปให้ข้อมูลยังอาคารสำนักงานต่างๆ ด้วย
นอกจากนั้น ปีนี้ยังจะมุ่งเน้นไปที่วัยเริ่มต้นการทำงาน (First Jobber) เพื่อให้เห็นความสำคัญของการวางแผนการเงินการลงทุนตั้งแต่เริ่มชีวิตของการทำงาน เพราะคนกลุ่มนี้มีระยะเวลาในการลงทุนนานก่อนจะเข้าสู่วัยเกษียณ จึงเป็นกลุ่มที่สามารถสร้าง ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างอิสรภาพด้านการเงินได้
“กฤษฎา เสกตระกูล” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ TSI กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีประชาชนรับรู้เรื่องโครงการเงินทองต้องวางแผนในวงกว้างจากทุกสื่อทุกช่องทางประมาณ 1.7 ล้านคน จากปี 2556 ที่ทำได้ 1.4 ล้านคน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมาจากการสอบถามแต่ละสื่อที่มีการบันทึกผู้ชมหรือประเมินผู้รับสื่อเอาไว้ แต่ทาง TSI จะบันทึกตัวเลขเพียง 5% ของจำนวนที่แต่ละสื่อบอกตัวเลขมา เนื่องจากมองว่าประชาชนที่เข้าถึงข้อมูลโครงการนี้ ไม่ใช่ทั้งหมดของผู้ที่ดูสื่อดังกล่าว เช่น หากลงสื่อหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งไป ฝ่ายการตลาดบอกว่ามีคนอ่าน 1 แสนคน ทาง TSI ก็มีจะมีการบันทึกผู้เข้าถึงโครงการเพียง 5% ของ 1 แสนคนเท่านั้น
สำหรับการเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ความรู้เรื่องการวางแผนทางการเงินตามหน่วยงานเอกชนและ รัฐวิสาหกิจที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ปี 2557 ตั้งเป้าว่าจะไปให้ความรู้กับองค์กร/บริษัทให้ได้มากกว่า 20 แห่ง จำนวน 1 แสนคน จากปีก่อนไปมา 10 แห่ง จำนวน 6 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมชลประทาน บริษัท บัตรกรุงไทย เป็นต้น
ขณะที่ปีนี้มีหลายหน่วยงานแสดงความจำนงเข้ามาเพื่อให้ทาง TSI และพันธมิตรได้เข้าไปให้ความรู้มากขึ้น ทั้งที่ตอบตกลงมาแล้วหรือที่อยู่ระหว่างการเจรจา ตั้งแต่เครือบริษัท สหพัฒน์ ฮอนด้า และอีซูซุ เป็นต้น
“โครงการนี้จะมีพันธมิตรในการร่วมมือกับพันธมิตรที่คอยให้ความช่วยเหลือในการส่งวิทยากรไปให้คำแนะนำอีกมาก ซึ่งก็คือกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่างๆ ซึ่งปกติมีโครงการที่จะไปให้ความรู้แก่พนักงานในหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ อยู่แล้ว แต่ก็มีการแท็กทีมและไปให้ความรู้ด้วยกันเลย ซึ่งที่ผ่านมาก็มี บลจ.กรุงไทย บลจ.กสิกรไทย บลจ.บัวหลวง บลจ.เอ็มเอฟซี บริษัท เอไอเอ”
ทั้งนี้ ผลตอบรับจากปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรเพราะอย่างพนักงานของ ธ.ก.ส. โดยเฉพาะพนักงานใหม่ ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่มีความต้องการฟังข้อมูลเพื่อการลงทุนหรือการวางแผนทางการเงินมากขึ้น และปัจจุบันทาง ธ.ก.ส.กำลังปรับเปลี่ยนให้พนักงานได้มีโอกาสเลือกการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นหุ้นได้สูงสุดถึง 50% อีกด้วย
นอกเหนือจากนั้น ปีนี้ ตลท.ได้จัดทำคู่มือหนังสือเงินทองต้องวางแผน ตอน มนุษย์เงินเดือน ก็มั่งคั่งได้ออกมาให้ประชาชนได้อ่านว่า วิธีการสร้างความมั่งคั่งของคนวัยทำงานนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งก็เหมือน 3 เล่ม ที่ออกมาก่อนหน้า คือ กลุ่มนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัย 2 เล่ม แบ่งเป็น ตอนก่อนเข้าสู่วัยทำงาน และตอนก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ และเล่มกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กระดับมัธยมที่จะสอนให้รู้เก็บรู้ออม โดยทั้งหมดนี้สามารถขอหนังสือได้ที่ ตลท. หรือจะดาวน์โหลดเป็น PDF ในเว็บไซต์ www.tsithailand.org หรือโหลดแอพพลิเคชั่น SET ebook ได้
ปัจจุบันเรื่องการลงทุนหรือการวางแผนทางการเงินอาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนยุคปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า แต่ละคนมีความพร้อมในการรองรับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนกับสังคมไทยที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้านี้ หากจะเริ่มตอนนี้เชื่อว่ายังทัน ดีกว่าจะมารู้ตัวและเริ่มต้นเมื่อสายไปเสียแล้ว







