
"บัณฑูร"ดันเอสเอ็มอีเจาะจีน
กสิกรไทย จับมือเว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากจีน ดันเอสเอ็มอีไทยบุกจีน
กสิกรไทย จับมือเว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากจีน ดันเอสเอ็มอีไทยบุกจีน
แหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จะลงนามในสัญญาความร่วมมือธุรกิจกับนายทิม เหลียง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ เว็บไซต์อาลีบาบา ดอทคอม และนายเหลียง หมินจวิ้น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ อาลีเพย์ ดอทคอม
สำหรับความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองประเทศจะได้รับประโยชน์ในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซในจีนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันซัพพลายเออร์ในไทยยังมีจำนวนน้อยที่เปิดร้านขายของในเว็บไซต์อาลีบาบา ดอทคอม ทั้งที่เอสเอ็มอีไทยผลิตสินค้าที่หลากหลายและมีสินค้าตรงกับความต้องการของลูกค้าชาวจีนจำนวนมาก การร่วมมือนี้จะเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายให้มาพบกันได้ง่ายขึ้น โดยมีธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้สนับสนุนทางด้านระบบการชำระเงิน
ขณะที่ขั้นตอนในการซื้อขายเหมือนกับการซื้อผ่านเว็บทั่วไป ด้วยวิธีขอ-ส่งใบเสนอราคา แล้วโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างเพย์พาล เช่น อีเบย์ ตามด้วยการรับส่งสินค้า ที่ส่วนใหญ่จะใช้บริการชิปปิ้งเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี การซื้อของผ่านอีคอมเมิร์ซทุกแห่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับสินค้าไม่ตรงกับที่ตกลงหรือตัวอย่างที่ส่งมาให้ และบางรายอาจจ่ายเงินไปแล้วไม่ได้รับชำระค่าสินค้า การซื้อขายสินค้าหากเป็นการค้าส่งซึ่งมีการสั่งซื้อจำนวนมาก ลูกค้าที่ใช้บัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สามารถที่จะโอนเงินให้ผู้ขายหรือรับโอนเงินจากผู้ซื้อได้โดยตรง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้ระดับหนึ่ง และเป็นการขยายตลาดสินค้าให้เอสเอ็มอีไทยได้พบกับผู้ซื้อโดยตรงจากทั่วโลก
ด้านเว็บไซต์อาลีบาบา มีมูลค่าซื้อขายในปี 2555 เป็นเงิน 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่ายอดขายของอเมซอนและอีเบย์รวมกัน โดยความสำเร็จของอาลีบาบา เกิดจากลูกค้าชาวจีนที่นิยมการช็อปปิ้งออนไลน์มากที่สุด โดยเฉลี่ย 8.4 ครั้ง/เดือน คนอเมริกันซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต 5.2 ครั้ง/เดือน และอังกฤษช็อปออนไลน์ 4.3 ครั้ง/เดือน







