
ภัยมืดธุรกิจส่งออกโดนอ้างตราสินค้า
พาณิชย์ห่วงธุรกิจไทยถูกต่างชาติปลอมและฉกเครื่องหมายการค้าแอบอ้างทำธุรกิจ
พาณิชย์ห่วงธุรกิจไทยถูกต่างชาติปลอมและฉกเครื่องหมายการค้าแอบอ้างทำธุรกิจ
นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมอยากเตือนให้ผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ หรือคิดจะขยายตลาดในต่างประเทศให้ระมัดระวังเรื่องการถูกปลอมแปลงสินค้า หรือการแอบนำเอาเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ทั้งๆ ที่เครื่องหมายการค้านั้นเป็นของคนไทย ซึ่งจะทำให้เมื่อคนไทยส่งสินค้าออกไปขายจะไม่สามารถขายสินค้าได้ เพราะผู้ที่แอบไปจดเครื่องหมายการค้าจะอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของ ดังนั้นผู้ประกอบการของไทยควรจดคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้กับแบรนด์สินค้าก่อนจะส่งสินค้าไปขาย
รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมาสินค้าไทยถูกละเมิดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในประเทศที่ผู้บริโภคนิยมสินค้าไทย โดยมีทั้งการปลอมตัวสินค้า และปลอมเครื่องหมายการค้า ทำให้ผู้บริโภคสับสนว่าเป็นสินค้าจากไทย ทำให้สินค้าไทยเสียชื่อเสียง
นอกจากนี้ ยังมีหลายรายที่พอทราบว่ามีสินค้าไทยกำลังดังหรือกำลังเอามาขายในตลาด ก็แอบไปจดเครื่องหมายการค้าล่วงหน้าดักเอาไว้ เมื่อสินค้าไทยเข้ามาขาย ก็มาอ้างว่าสินค้าไทยละเมิดเครื่องหมายการค้าของตัวเอง ซึ่งเกิดขึ้นประจำ
ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องเร่งประสานกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อจะได้ติดตามตรวจสอบปัญหาการละเมิดสินค้าไทยและจะได้ทำการโต้แย้งในทันที
นางกุลณี กล่าวว่า กรมได้เพิ่มความสะดวกในการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ผู้ประกอบการ ล่าสุดได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ซึ่งมีสมาชิก 148 ประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนที่กรม และขอรับความคุ้มครองในประเทศที่เป็นภาคีได้++สำหรับการอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และการจดทะเบียนการออกแบบ กรม กำลังเตรียมแก้กฎหมายเพื่อขอเข้าเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริด และภาคีความตกลงกรุงเฮก คาดว่าน่าจะเข้าเป็นภาคีได้ภายในปี 2558 ซึ่งเมื่อเข้าเป็นภาคีแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการออกแบบในต่างประเทศ สามารถมายื่นจดที่กรมฯ ได้เลย
++ปัจจุบัน มีภาคี PCT ทั้งสิ้น 148 ประเทศ ประเทศอาเซียนที่เข้าเป็นภาคี PCT แล้ว จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ส่วนอีก 2 ประเทศที่ยังไม่เข้าเป็นภาคี PCT คือ เขมร กับเมียนมาร์ ส่วนพิธีสารมาดริด มีทั้งสิ้น 91 ประเทศ ประเทศอาเซียนที่เข้าเป็นภาคีพิธีสารแล้วจำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนามและฟิลิปปินส์ และภาคีคามตกลงกรุงเฮก มีทั้งสิ้น 62 ประเทศ ประเทศอาเซียนที่เข้าเป็นภาคีแล้ว 2 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์และบรูไน
++“ไทยได้เข้าเป็นสมาชิก PCT แล้วตั้งแต่ปี 2552 มีคำขอที่ยื่นผ่านระบบ PCT จำนวน 200 กว่าคำขอ และตั้งเป้าจะเป็นภาคีพิธีสารกรุงมาดริดและภาคีความตกลงกรุงเฮก ภายในปี 2558”







