
ทันสถานการณ์
กสทช.เล็งสรุปเงื่อนไขบริษัทแจกคูปอง
กสทช.เล็งสรุปเงื่อนไขบริษัทแจกคูปอง
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กสทช. วันที่ 14 ส.ค.นี้ จะสรุปเงื่อนไขบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแจกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล เช่น ทุนจดทะเบียน จากเดิม 250 ล้านบาท อาจอยู่ที่ 1 ล้านบาท และปรับลดเรื่องเงินค้ำประกันด้วย
ขณะนี้มีบริษัทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล หรือ เซตท็อปบ็อกซ์ แล้ว 52 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำสุด 1 ล้านบาท สูงสุดกว่า 250 ล้านบาท โดยในปี 2557 มีเป้าหมายจะแจกทั้งสิ้น 11.4 ล้านครัวเรือน จากแผนการแจกเดิม 25 ล้านครัวเรือน โดยมีความเป็นไปได้ที่ราคาคูปองจะคงเดิม คือกล่องละ 690 บาท แต่ถ้าหากต้องเพิ่มราคา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปคิดมูลค่าต้นทุน
ดึงสุดยอด 100 แฟรนไชส์ไทยขายสินค้า
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้คัดธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วประมาณ 100 ราย มาจัดบูธแสดงศักยภาพของธุรกิจในงาน “4 ทศวรรษ แฟรนไชส์ไทย” ในวันที่ 2829 ส.ค. 2557 ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ได้พบปะลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้สนใจที่อยากมีอาชีพเป็นของตัวเอง ก็สามารถหารือกับเจ้าของแฟรนไชส์เพื่อร่วมลงทุนธุรกิจได้
ธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้นำมาให้ผู้ที่สนใจทำธุรกิจเลือกซื้อ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร เช่น ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมหวาน กาแฟ กลุ่มบริการ เช่น รับซักแห้ง ตกแต่งบ้าน ลดความอ้วน รับสร้างบ้าน ดูแลรถ ศูนย์ถ่ายเอกสาร สปาและเสริมความงาม กลุ่มการศึกษา เช่น สอนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กวดวิชา และกลุ่มค้าปลีก เช่น ร้านขายยา โดยได้เชิญให้สถาบันการเงินมาร่วมให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อสำหรับผู้สนใจลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์ด้วย
ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นสาขาธุรกิจหนึ่งที่อยู่ภายใต้ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ซึ่งกรมมีแผนที่จะผลักดันให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ไทยออกไปลงทุนในอาเซียนแล้วเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ เครื่องใช้และเครื่องประดับ เป็นต้น ซึ่งกรมฯ มีแผนที่จะผลักดันแฟรนไชส์ที่เป็นเอสเอ็มอี และอยู่ในการส่งเสริมของกรมออกไปทำตลาดในอาเซียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น
“การขยายแฟรนไชส์ไทยสู่เออีซีไม่ใช่เรื่องยาก เพราะปัจจุบัน สินค้าและบริการไทยได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับในตลาดอาเซียนอยู่แล้ว ซึ่งกรมมีแผนที่จะผลักดันให้แฟรนไชส์ไทยออกไปเจาะตลาดและขยายสาขาในตลาดอาเซียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น”น.ส.ผ่องพรรณกล่าว







