
อาชีพในธุรกิจบล.โอกาสและความท้าทาย
สำหรับคนที่อยู่ในวิชาชีพธุรกิจหลักทรัพย์ ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย บอกว่า “ทุกวันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ”
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
สำหรับคนที่อยู่ในวิชาชีพธุรกิจหลักทรัพย์ ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย บอกว่า “ทุกวันคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ” และในเวลานี้ธุรกิจหลักทรัพย์ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้ามาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกมาก จากการเปิดรับสมัครกว่า 1,500 ตำแหน่ง
แม้ว่างาน “Career Opportunities in Securities Industry : โอกาสทางวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์” จะจัดไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา และมีคนรุ่นใหม่ยื่นใบสมัครมาแล้วกว่า 700 คน แต่งานในวันนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากนี้ยังสามารถส่งใบสมัครได้โดยตรงไปยังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือผ่านกิจกรรมของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาความรู้ตลาดทุนได้ตลอดทั้งปี
สำหรับผู้ที่สนใจสมัครงานในภูมิภาค สามารถส่งใบสมัครได้ที่ศูนย์เรียนรู้การลงทุน SET Investment Center ในภูมิภาคทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.careerday.in.th
โอกาสของคนรุ่นใหม่
ภัทธีรา บอกว่า วิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ไม่ได้มีแค่ “งานซื้อขายหุ้น” เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลากหลายสายงาน และที่สำคัญมีโอกาสเติบโตรออยู่
l ผู้แนะนำการลงทุน
กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวถึงอาชีพผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant : IC) ที่เคยเรียกกันติดปากว่า เจ้าหน้าที่การตลาด หรือ มาร์เก็ตติ้ง ว่า เสน่ห์ของอาชีพนี้ คือ “ผลตอบแทน”
“อาชีพนี้มีชื่อเล่นว่า ‘มนุษย์ทองคำ’ เพราะฉะนั้นเรื่องรายได้ไม่ต้องบอกว่ามากหรือน้อย ดูจากชื่อเล่นก็พอรู้แล้ว และเสน่ห์อีกอย่าง คือ คนจะให้การยอมรับ เพราะในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีธุรกิจหลากหลาย ในขณะที่คนทั่วไปมีความรู้เรื่องธุรกิจ เรื่องหุ้น เรื่องการลงทุนไม่มาก เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้าใจก็สามารถนำไปประยุกต์กับเรื่องอื่นๆ ได้ และใครคุยอะไรมาเราก็รู้หมด” กัณฑรา กล่าว
ที่สำคัญ คือ ไม่ว่าจะ “เรียนจบ” อะไรมาก็สามารถเดินเข้ามาเรียนรู้ในสายงานผู้แนะนำการลงทุนได้เหมือนกันหมด เพียงแต่ต้องผ่านบันไดขั้นแรกให้ได้ก่อน นั่นคือการสอบเพื่อให้ได้ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน
“การสอบเป็นก้าวแรกที่ต้องข้ามให้ได้ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็อาจจะหนักหน่อย และที่ผ่านมามีคนที่สอบผ่านเพียง 20% ของคนที่เข้าสอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถทำได้” กัณฑรา กล่าว
พร้อมกันนี้ กัณฑรายังแนะนำเคล็ดลับความสำเร็จในอาชีพผู้แนะนำการลงทุนว่าจะต้องมีใจรัก มีความรู้ มีจิตวิทยาในการสื่อสาร และทนความเจ็บปวดที่เป็นผลมาจากความผิดหวังของนักลงทุนได้
l นักวิเคราะห์การลงทุน
กรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.โนมูระ พัฒนสิน ในฐานะ “ไอดอล” ของวิชาชีพนักวิเคราะห์การลงทุน (Analyst) กล่าวว่า หน้าที่ของนักวิเคราะห์ คือ การเสิร์ฟอาหารเช้า เพราะฉะนั้นต้องมาทำงานเช้ามากๆ เพื่อดูข่าวสารทุกประเด็นที่เข้ามาจากทุกมุมโลกเพื่อประมวลออกมาเป็นแนวโน้มตลาดหุ้นในแต่ละวัน เพื่อแนะนำนักลงทุนว่าควรลงทุนอย่างไร และในพอร์ตลงทุนควรมีสัดส่วนหุ้นมากน้อยแค่ไหน
“นักวิเคราะห์ที่บอกว่า ไม่เคยมองผิด ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะการทำงานมันผิดได้ แต่เราต้องพยายามให้คำแนะนำจากสิ่งที่มีเหตุผลมากที่สุด แม้ว่าบางทีคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบเดียวกัน และเมื่อวิเคราะห์ผิดเราต้องกลับมาดูว่าผิดเพราะอะไร เพื่อจะได้ไม่ทำผิดซ้ำซาก” กรภัทร กล่าว
สำหรับคนที่สนใจวิชาชีพนักวิเคราะห์ กรภัทร แนะนำว่า จะต้องทำงานหนัก ต้องอดทน ต้องชอบข่าวสาร ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ต้องคิดรอบคอบ สามารถทำงานเช้าได้ และช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดของนักวิเคราะห์ คือ การประกาศงบกำไรขาดทุนของบริษัทจดทะเบียน
“ในช่วงเริ่มต้นรายได้จะสูงกว่าการทำงานธนาคารเล็กน้อย แต่ขอให้อดทนให้ผ่าน 45 ปีแรกไปให้ได้ เรียนรู้และบ่มตัวเองให้สุกงอม เพราะเมื่อผ่านเวลานั้นไปได้แล้วรายได้จะก้าวกระโดด และอาชีพนักวิเคราะห์มีโอกาสเติบโตสูง เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดในขณะที่อุตสาหกรรมผลิตนักวิเคราะห์ออกมาไม่ทัน” กรภัทร กล่าว
l วาณิชธนากร
มนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และกรรมการชมรมวาณิชธนกิจ กล่าวถึงวิชาชีพวาณิชธนากร (Investment Banker : IB) ว่า งานของวาณิชธนากรเป็นงานหนัก เพราะต้องแข่งขันกับคนเก่งมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าอยากทำงานสบายๆ คงไม่เหมาะสำหรับอาชีพนี้ และถ้าต้องการเข้ามาทำงานในวงการธุรกิจหลักทรัพย์เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินได้มาก จะไปได้ไม่ไกล แต่ต้องคิดว่างานนี้เป็นงานที่มีศักยภาพ เป็นงานที่ช่วยให้บริษัทดีๆ ได้เข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย เพื่อให้มีทุนทำธุรกิจและมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดี”
“งาน IB เหมือนงานตัดเพชร ซึ่งใช้เวลาทำงานไม่นาน แต่คิดเงินเป็นล้าน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วค่าตัดเพชรไม่กี่บาท แต่ความรู้ว่าจะตัดเพชรอย่างไรไม่ให้แตกคือค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ เพราะฉะนั้นวาณิชธนากรต้องมีความรู้แม่น จะมั่วไม่ได้ เพราะลูกค้ายอมจ่ายค่าธรรมเนียมสูงเพื่อความแม่นยำ ฉะนั้นคนที่คิดจะมาทำงานด้านนี้ต้องรักการคำนวณและคำนวณได้อย่างแม่นยำ” มนตรี กล่าว
l งานสนับสนุนธุรกิจหลักทรัพย์
อารีย์ เติมวัฒนาภักดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบภายใน บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า นอกจากงานเบื้องหน้าแล้วในธุรกิจหลักทรัพย์ยังมีงานสนับสนุนธุรกิจหลักทรัพย์ (Back Office) และงานสำคัญที่ บล.ทุกแห่งจะต้องมี คือ Compliance Unit ที่จะคอยดูแลให้งานเบื้องหน้าในทุกหน้าที่ทำงานในกรอบจรรยาบรรณของแต่ละวิชาชีพ
“งาน Compliance ทำหนึ่งงานแต่เหมือนหลายอาชีพ ทั้งตำรวจ ทหาร และครู เพราะต้องออกกฎเพื่อป้องกันการทำผิดจรรยาบรรณ ต้องให้ความรู้พนักงานในแต่ละฝ่าย ต้องควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามกฎ และต้องรับเรื่องร้องเรียน เพราะฉะนั้นอาชีพนี้ต้องรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ต้องคุยกับลูกค้าได้ ต้องโปร่งใสและยุติธรรม เพราะต้องดูแลไม่ให้คนอื่นทำผิดจรรยาบรรณ ตัวเราก็ต้องน่าเชื่อถือด้วย” อารีย์ กล่าว
อารีย์ ยังกล่าวอีกว่า ตลาดขาดแคลนคนที่จะมาเป็น Compliance เพราะในมหาวิทยาลัยไม่มีหลักสูตรสอน และการทำงานต้องอาศัยประสบการณ์ แต่การทำงานจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจริยธรรมและจรรยาบรรณของผู้บริหารระดับสูงขององค์กรด้วย
ความท้าทายของอุตสาหกรรม
ทุกเส้นทางอาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ต่างมีความท้าทายในแบบของตัวเอง และยังถือเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมธุรกิจหลักทรัพย์เองด้วย เพราะในแต่ละปีมีคนใหม่ๆ เข้ามาในอุตสาหกรรมน้อยมาก
“แม้ว่าวิชาชีพนี้ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะวาณิชธนากร เพราะจะมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นอีกมากในอนาคต แต่ปีที่ผ่านมาทั้งอุตสาหกรรมมีพนักงานเพิ่มขึ้นเพียง 100 คนเท่านั้น โดยยอมรับว่ามีผู้เข้ามาใหม่แล้วต้องออกไปอาจจะเป็นเพราะไม่สามารถข้ามภูเขาไปได้ การทำงานในช่วง 612 เดือนเป็นช่วงที่ยากที่สุด ต้องฝึกฝนอย่างหนัก อาชีพนี้ต้องใจเย็น” ภัทธีรา กล่าว
นอกจากนี้ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ยังบอกว่า การสร้างคนเข้ามาในอุตสาหกรรมถือเป็นหน้าที่ของ บล.ที่จะต้องลงทุนเรื่องบุคลากรไปพร้อมๆ กันด้วย
ขณะที่ เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำหน้าที่ตัวกลางเชื่อมผู้ลงทุนเข้ามายังตลาดทุน และเมื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมแล้ว ยังมีการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้คำแนะนำการลงทุน รวมทั้งการดูแลหลักสูตรวิชาชีพให้เป็นมาตรฐาน







