
PLEไร้ผู้รับรองงบ
จ่อถูกแขวนป้ายห้ามซื้อขาย14ส.ค.ระบุผู้สอบบัญชีขาดกลต.เข้มคุณภาพ
จ่อถูกแขวนป้ายห้ามซื้อขาย14ส.ค.ระบุผู้สอบบัญชีขาดกลต.เข้มคุณภาพ
หุ้น PLE จ่อขึ้น SP 14 ส.ค. หลังไร้ผู้สอบบัญชีรับรองงบไตรมาส 2 คุยเดือนนี้สรุปชื่อพันธมิตรต่างชาติ
นายเสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิ เนียริ่ง (PLE) เปิดเผยว่า วันที่ 14 ส.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำหนดให้ส่งงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2557 หุ้น PLE มีโอกาสถูกขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขายหุ้นชั่วคราว (SP) เนื่องจากบริษัทจะส่งรายงานงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2557 โดยจะไม่มีหน้ารายงานผู้สอบบัญชี
ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทว่าจ้างให้บริษัท เอส.เค.แอคเคาน์แต้นท์ เซอร์วิส เป็น ผู้สอบบัญชี โดยเสนอให้ผู้สอบบัญชีจำนวน 3 ท่าน ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่เกิดประเด็นปัญหาอาจไม่สามารถทำหน้าที่ผู้สอบบัญชีได้เนื่องจาก ก.ล.ต.เข้างวดคุณภาพผู้สอบบัญชี
“บริษัทถือเป็นกรณีศึกษาแรกที่ขาดแคลนผู้สอบบัญชี เพราะ ก.ล.ต.เข้มงวดคุณภาพผู้สอบบัญชี สิ้นปีนี้ผู้สอบอาจลดเหลือ 150 ราย จากตอนนี้ที่ 168 ราย และอนาคตจะมี บจ.เจอปัญหาเดียวกับ PLE อีกหลายราย” นายเสวก กล่าว
สำหรับประเด็นปัญหานี้บริษัทได้หารือร่วมกับทั้ง ก.ล.ต. และ ตลท.เพื่อหาแนวทางแก้ไข ได้แก่ ขอให้ ก.ล.ต.ผ่อนผันให้บริษัทใช้ผู้ตรวจสอบบัญชีรายเดิมที่รับรองงบการเงินครบ 5 งวดบัญชีสามารถรับรองงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2557 และอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อว่าจ้างผู้สอบบัญชีรายใหม่เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทนรายเดิม
อย่างไรก็ตาม ติดปัญหาว่าปัจจุบันบุคลากรผู้สอบบัญชีขาดแคลน เนื่องจากปัจจุบันมีสำนักงานผู้สอบบัญชีที่ ก.ล.ต.เห็นชอบทั้งสิ้นเพียง 26 แห่ง โดยมีจำนวนบุคลากรรวมกันประมาณ 168 ราย ซึ่งไม่เพียงพอในการทำงานเพื่อตรวจบัญชีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีจำนวน 500-600 แห่ง
นอกจากนั้น ผู้สอบบัญชีรายใหม่ที่บริษัทติดต่อเข้าทั้งหมดทุกรายมีความกังวลว่าการเข้ามารับตรวจสอบบัญชีในเวลาที่จำกัดและเริ่มในไตรมาส 2 ของปี มีความเสี่ยงที่คุณภาพการตรวจสอบจะออกมาต่ำและเสี่ยงโดน ก.ล.ต.สั่งพักใบอนุญาต
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรจำนวน 23 รายจากทั้งจีนและเกาหลี ซึ่งผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ระดับโลกเพื่อร่วมทุนเข้ารับงานประมูลโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งน่าจะสรุปการเลือกพันธมิตรเพื่องานภายในเดือน ส.ค. 2557 เพื่อรองรับรัฐบาลที่มีแผนจะเดินหน้าเปิดประมูลก่อสร้างเบื้องต้นมูลค่ารวมประมาณ 1.18 แสนล้านบาท ซึ่งมีโอกาสจะเปิดประมูลในช่วงที่เหลือของปี 2557
สำหรับกำไรในปี 2557 น่าจะปรับดีขึ้นจากแต่ก่อนตามแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีมาที่ระดับ 10% จากปีก่อนอยู่ที่ราว 78% หลังจากปีนี้สามารถปรับตัวจากต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นในปี 2556 ได้
ขณะที่รายได้รวมในปีนี้น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปี 2556 อยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท มาจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือที่มีอยู่1.4 หมื่นล้านบาท







