
รุกธุรกรรมอาเซียนดีลใหญ่จ่อคิวครึ่งปีหลัง
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ ทั้งลูกค้าไทยที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนและลูกค้าจากอาเซียนที่สนใจมาลงทุนในไทย รวมแล้วประมาณ 510 ราย โดยบริษัทแต่ละรายล้วนมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
สุภัค กล่าวว่า ลูกค้าจากประเทศอาเซียนที่สนใจมาลงทุนในไทย ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจรายใหญ่จากมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งการขยับขยายธุรกิจข้ามพรมแดนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการขยายตลาดให้กว้างขึ้น เพราะมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กและการมองเป้าหมายลงทุนยังเน้นประเทศในอาเซียนด้วยกัน โดยเน้นไทยและอินโดนีเซียเป็น 2 ประเทศเป้าหมายหลักของนักธุรกิจอาเซียน
อย่างไรก็ดี เพื่อรองรับการให้บริการธุรกรรมอาเซียนซึ่งเป็นจุดแข็ง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้ปรับโครงสร้างสายงานธุรกิจขนาดใหญ่ แยกลูกค้าอาเซียนออกมาเป็นทีมอาเซียน 1 และทีมอาเซียน 2 แบ่งกันทำหน้าที่ตามรายอุตสาหกรรม ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะแยกพอร์ตสินเชื่ออาเซียนออกมาเฉพาะ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า ภายในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณธุรกรรมการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ของบริษัทในกลุ่มประเทศอาเซียนสูงถึง 7.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 2.5 ล้านล้านบาท) และจะยังดำเนินไปด้วยดีอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลให้ปี 2557 เป็นปีที่มีปริมาณการทำธุรกรรมเอ็มแอนด์เอในอาเซียนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ กระแสธุรกรรมดังกล่าวยังเอื้อประโยชน์ต่อธนาคารในภูมิภาคอาเซียนที่ดำเนินธุรกิจประเภทวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ซึ่งในครึ่งปีแรกนี้ธนาคารดีบีเอสในสิงคโปร์สามารถแซงหน้าเจพีมอร์แกนขึ้นเป็นอันดับ 1 ธนาคารที่ให้คำปรึกษาการทำธุรกรรมเอ็มแอนด์เอในอาเซียนแล้ว
ด้าน ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างไทยอาเซียนมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากตามการลงทุนและขยายธุรกิจที่คึกคักขึ้น เพื่อรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (เทรด ไฟแนนซ์)
ทั้งนี้ ธุรกรรมจากประเทศในอาเซียนมาไทยเติบโต 20% ต่อปี ส่วนธุรกรรมจากไทยไปอาเซียนขยายตัวถึงกว่า 100% เพราะคำนวณจากฐานที่ไม่เคยมี ซึ่งส่งผลให้ธนาคารมีรายได้จากธุรกรรมข้ามพรมแดนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในแต่ละปี โดยประเทศเป้าหมายของลูกค้าไทย คือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (CLMV) ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามเป็นตลาดที่กำลังได้รับความสนใจ จากตัวเลขการค้าชายแดนที่ขยายตัวสูงทุกปี ล่าสุดธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดสาขาที่ลาว เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยให้บริการทั้งด้านสินเชื่อและเงินฝากทุกสกุล ทั้งเงินกีบ เงินบาท และเงินเหรียญสหรัฐ
สำหรับสินเชื่อที่ให้บริการในลาวมีทุกประเภท ทั้งรายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายย่อย แต่สินเชื่อที่มุ่งเน้น คือ ธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของธนาคารและบริษัทแม่ที่ต้องการให้ทุกสาขาในอาเซียนตอบสนองลูกค้าท้องถิ่นนั้นๆ
ทั้งนี้ ลาวกำลังได้รับเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้ราว 266 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ขณะเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า โบโชกุ ก็ได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตเบาะรถยนต์ในลาวขึ้นเป็นครั้งแรก







