posttoday
คลังจี้งานกรุงไทย

คลังจี้งานกรุงไทย

11 สิงหาคม 2557

ฉุนทำข้อมูลหนี้กยศ.ไม่คุ้มเงินค่าจ้าง ออมสินสบช่องรอเสียบขอทวงเงินแทน

ฉุนทำข้อมูลหนี้กยศ.ไม่คุ้มเงินค่าจ้าง ออมสินสบช่องรอเสียบขอทวงเงินแทน

คลังสั่งกรุงไทยอัพเดทข้อมูลลูกหนี้ กยศ. ด้านออมสินเล็งขอแบ่งเค้กทวงหนี้ หวังขยายฐานกลุ่มนักเรียน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ กยศ.ประสานธนาคารกรุงไทย ในฐานะที่ทำหน้าที่ติดตามทวงหนี้ เพื่อขอให้ธนาคารกรุงไทยรายงานสถานะลูกหนี้ที่เป็นปัจจุบัน รวมถึงให้วิเคราะห์จัดชั้นลูกหนี้ให้ด้วย

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การรายงานข้อมูลลูกหนี้ กยศ.นั้น ไม่ใช่ทำแค่เพียงการรายงานข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ต้องทำให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่ กยศ.ว่าจ้างธนาคารกรุงไทยในการติดตามทวงหนี้ที่ตกถึงปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

ด้าน น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการ กยศ. กล่าวว่า ภายในปีนี้จะเร่งให้ธนาคารกรุงไทยรายงานสถานะลูกหนี้ที่เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่อยู่ระหว่าง การฟ้องร้องราว 6 แสนราย และไกล่เกลี่ยอีกราว 2 แสนราย

สำหรับงบประมาณปี 2557 ได้รับอนุมัติจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว จึงสามารถปล่อยกู้ทั้งรายเก่าและใหม่ได้หมด ส่วนงบประมาณปี 2558 นั้น เบื้องต้นกองทุน กยศ.ได้รับอนุมัติ งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านบาท จากที่ขอไป 3,500 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม คสช.ได้เห็นชอบให้ยกเลิกการดำเนินงานของ 3 กองทุนตามนโยบายของรัฐบาล ในปีงบประมาณ 2557 วงเงินรวม 9,925 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) วงเงิน 5,700 ล้านบาท กองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในหมู่บ้านและชุมชน วงเงิน 3,000 ล้านบาท และโครงการพัฒนาเมือง วงเงิน 1,225 ล้านบาท โดยให้โยกเงินไปใช้ใน กยศ.

ขณะที่ นายธัชพล กาญจนกูล รอง ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มลงทุนและ บริหารเงิน รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินสนใจ เข้าหารือกับกระทรวงการคลังและ กยศ. เพื่อทำหน้าที่ในการติดตามทวงหนี้ให้ เนื่องจากเห็นว่าปัญหา กยศ.คือไม่มีการ ติดตามทวงหนี้อย่างใกล้ชิด ทำให้นักเรียน นักศึกษา ไม่เห็นความสำคัญของการใช้หนี้

สำหรับแนวคิดการติดตามทวงหนี้ของธนาคารออมสินนั้น จะใช้วิธีจ่ายค่าเทอมผ่านบัตรเดบิตของธนาคาร โดยส่วนหนึ่งเพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และหากใครมีประวัติการชำระหนี้ดี เมื่อเรียนจบก็สามารถกู้เงินไปใช้ทำธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น และโครงการนี้ยังช่วยเชื่อมต่อฐานลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นที่หายไปอีกด้วย

“ปกติแล้วธนาคารจะมีฐานลูกค้ากลุ่มเด็กๆ คือธนาคารโรงเรียนแล้วก็ข้ามไปเป็นผู้ใหญ่ไปเลย การทำโครงการนี้จะช่วยให้ธนาคารตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนักศึกษาที่หายไปด้วย ส่วนเรื่องการตามทวงหนี้อาจใช้วิธีการว่าจ้างบริษัทเอกชน ซึ่งจะติดตามได้ต่อเนื่องกว่า” นายธัชพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี