
เบอร์ลีฯ จบดีลซื้อค้าปลีกเวียดนาม
จากการที่มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่อง กับการเข้าซื้อกิจการในเวียดนามของเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ล่าสุดปิดดีลได้สำเร็จ
จากการที่มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่อง กับการเข้าซื้อกิจการในเวียดนามของเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ล่าสุดปิดดีลได้สำเร็จกับการควักเงินกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท หรือ 655 ล้านยูโร ซื้อกิจการค้าปลีกเมโทร ภายใต้บริษัท เมโทร แคช แอนด์ แครี่ เวียดนาม ลิมิเต็ด จากเมโทร แคช แอนด์ แครี่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง บี.วี. ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคสมัยใหม่ในเวียดนาม มีสาขาทั้งหมด 19 แห่ง ใน 14 เมือง มีพื้นที่ขาย 1.1 แสนตร.ม. การซื้อกิจการในครั้งนี้ส่งผลให้เบอร์ลี่มีเครือข่ายครอบคลุมเวียดนามกลายเป็นผู้เล่นอันดับสองของตลาด เสริมร้าน B’s mart ที่ลงทุนไว้เดิมถึง 95 สาขา ในเวียดนาม และยิ่งตอกย้ำยุทธศาสตร์เบอร์ลี่ที่ขยายอาณาจักรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งจะเป็นสูตรสำเร็จผลักดันให้รายได้สิ้นปีนี้เวียดนามโต 30% หรือกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท
จ่อรีดภาษีอีคอมเมิร์ซ ช็อปออนไลน์อ่วม
หลังกรมศุลกากรเข้มงวดสินค้านำเข้าหนีภาษีเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดกรมสรรพากรออกโรงเตรียมจัดเก็บภาษีกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งในธุรกิจมีผู้ประกอบการร่วม 1-15 แสนราย ที่มีความเคลื่อนไหวขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง และในจำนวนนี้มีรายย่อยถึง 7.5 หมื่นราย โดยเฉพาะผู้ชายสินค้าในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และเว็บไซต์ ที่ไม่ได้เสียภาษี หรือกระทั่งจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ มีโอกาสที่จะล้มหายตายจากไป เพราะหากจัดเก็บภาษีแบบบุคคลธรรมในอัตรา 3537% ด้าน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ถึงกับเตรียมหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อสรุปแนวทางและข้อเสนอแนะเตรียมเข้าพบกรมสรรพากรภายใน 2 สัปดาห์นี้
คาโอเร่งลงทุนอาเซียนรับตลาดเติบโต
เผยโฉมหน้าไปแล้ว สำหรับประธานคนใหม่ของค่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากญี่ปุ่น ได้นำ นายฮิโรยูกิ คุมาซาว่า นั่งแท่นเป็นประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล ประเทศไทย ซึ่งประกาศแผนลงทุน 4 ปีหรือระหว่าง 2558-2561 ทุ่มงบ 6,400 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตผงซักฟอก ผ้าอนามัย และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเพิ่มคลังสินค้า โดยใช้งบลงทุน 2 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งวางเป้าหมายให้เป็นกลางการผลิตสินค้าป้อนอาเซียน การรุกตลาดอาเซียน ในครั้งนี้ เพราะเป็นตลาดที่ขยายตัวสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ จากฐานประชากรร่วม 600 ล้านบาท เป้าหมายของจึงต้องการเร่งผลักดันรายได้คาโอ ในอาเซียนจาก 7% เป็น 10% ภายใน 3 ปี และต้องการเพิ่มเป็น 15% ในอนาคต
สาวโรงงานกำลังซื้อวูบมิสทินขายสะดุดจัดว่าเป็นปีที่ธุรกิจขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ค่อนข้างจะซบเซา และคาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตได้เพียง 2% เท่านั้น แม้กระทั่งขายตรงมิสทิน ซึ่งขายเครื่องสำอางและสกินแคร์ในระดับแมสยังสะดุดไม่แตกต่างจากค่ายแอมเวย์ ที่จำหน่ายสินค้าระดับไฮเอนด์ ปัจจัยที่ทำให้มิสทินคาดว่าจะมีรายได้โต 3% หรือราว 1.37 หมื่นล้านบาท ถือว่าโตต่ำสุดรอบ 13 ปี มาจากกำลังซื้อสาวโรงงานลดลง และการคุมเข้มเงินกู้นอกระบบของ คสช. กระทบต่อกำลังการซื้อรากหญ้าและสาวโรงงาน อีกทั้งเม็ดเงินจากโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนา ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เท่าไรนัก รายได้ของมิสทินช่วงไตรมาส 2 เติบโตเพียงแค่ 1% เท่านั้น ส่วนด้านแอมเวย์ซึ่งวางเป้าหมายรักษาฐานรายได้ หรือ 1.7 หมื่นล้านบาท ถือว่าไม่มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนแล้ว ตลาดที่ไม่ดีทั้งสองเซ็กเมนต์สะท้อนว่าเป็นช่วงขาลงของธุรกิจ
คาดตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลังโตกว่า 10% สภาพเศรษฐกิจไทยที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และขยายตัวได้ตามศักยภาพ นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ประเมินว่า นับตั้งแต่ปี 2558 หรือเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าสินเชื่อรวมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบปีนี้ขยายตัว 6-8% โดยสินเชื่อบ้านคงจะโตใกล้เคียงกับประมาณ 5-6% ในแง่ของยอดค้าง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกส่งผลให้ทั้งผู้ประกอบการวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ในระยะยาว ส่วนผู้บริโภคเป็นช่วงรอยต่อเศรษฐกิจฟื้น ราคาบ้านไม่แพง ดอกเบี้ยบ้านถูก และจากการสำรวจดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเดือน มิ.ย. บ้านเดี่ยวปรับขึ้น 4.8% ทาวน์เฮาส์ 8.3% ห้องชุดเพิ่ม 9.8% และที่ดินราคาเพิ่ม 11.1% ขณะที่ประเมินว่าอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่า 10% หลังจากผู้ประกอบการแห่ขายสต๊อกกว่ามูลค่าแสนล้านบาท จากเมื่อครึ่งปีแรกที่ขยายตัวติดลบ
อุดช่องโหว่ละเมิดลิขสิทธิ์ธุรกิจเพลง
เจอกระแสการเปลี่ยนผ่านจากการใช้สื่อฟิสิคอล หรือการใช้แผ่นเสียง แผ่นซีดี มาเป็นออนไลน์ ตลาดเพลงจึงประสบปัญหาในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์ทางโลกออนไลน์ แต่ขณะนี้อุตสาหกรรมเพลงไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น สื่อออนไลน์ปีนี้จะโตไม่ต่ำกว่า 2030% และในปีหน้าอาจโตเป็นเท่าตัว จากนี้จะเกิดค่ายเพลงขนาดเล็กเป็นเท่าตัว จากปัจจุบันมี 100200 ค่ายเพลง ทางสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA) จึงชู 3 ภารกิจ มุ่งส่งเสริมคุณค่าของงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ การปกป้องคุ้มครองงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ เชิงพาณิชย์เน้นการปกป้องคุ้มครองงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น 10 เท่าตัว ของมูลค่าธุรกิจเพลงผ่านสื่อดิจิทัล 1,080 ล้านบาท







