posttoday
พาณิชย์ขอเพิ่มงบปี’58ช่วยรายย่อยบุกส่งออก

พาณิชย์ขอเพิ่มงบปี’58ช่วยรายย่อยบุกส่งออก

08 สิงหาคม 2557

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรรองรับการค้าเสรี หนุนผู้ประกอบการไทยสู่สากล ชี้“เอสเอ็มอี โปรแอ็คทีฟ”โครงการที่ดี หนุนผู้ประกอบการกล้าเปิดตลาดต่างประเทศ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรรองรับการค้าเสรี หนุนผู้ประกอบการไทยสู่สากล ชี้“เอสเอ็มอี โปรแอ็คทีฟ”โครงการที่ดี หนุนผู้ประกอบการกล้าเปิดตลาดต่างประเทศ

พาณิชย์ขอเพิ่มวงเงินช่วยเอสเอ็มอี ปี 2558 สานต่อโครงการโปรแอคทีฟ พร้อมเร่งใช้งบช่วงปลายปี

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างผลักดันขอวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือโครงการเอสเอ็มอีโปรแอคทีฟ สำหรับปีงบประมาณ 2558 (ต.ค. 2557-ก.ย. 2558) จากปี 2556 ได้รับงบดำเนินการรวม 300 ล้านบาท

สำหรับปีที่ผ่านมา โครงการเอสเอ็มอีโปรแอคทีฟได้สนับสนุนให้ผู้ส่งออกไทยไปร่วมงานในต่างประเทศด้วยตัวเอง โดยอนุมัติเงินไปแล้ว 267 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ 373 กิจกรรม สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวน 1,670 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ค.2557) ขณะนี้เหลืองบประมาณอีก 33 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือเอสเอ็มอีต่อไป

นอกจากนี้ ที่ผ่านมากรมได้ปรับหลักเกณฑ์การให้บริการเอสเอ็มอี ตามข้อเสนอแนะของตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีได้เข้าสู่ระบบการค้าอย่างมืออาชีพมากขึ้นรวมทั้งปรับลดกระบวนการและขั้นตอนทางเอกสาร และเร่งเบิกจ่ายภายใน 5 วัน (เมื่อเอกสารตัวจริงครบตามระเบียบราชการ)”นางนันทวัลย์ กล่าว

ถึงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมการแข่งขันในตลาดโลกว่า การเปลี่ยนแปลงทางการค้าทุกขณะ ทำให้การขยายตลาดสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศอาจต้องใช้ความพยายามมากขึ้นโดยเฉพาะความมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการสู่ระดับชั้นนำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการร่วมมือกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการค้าสู่สากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภารกิจหลักของกรมฯที่ได้รับมอบหมายคลอบคลุมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำเข้าวัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทย การพัฒนาศักยภาพของภาคเอกชนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและสมรรถนะด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งเสริมการสร้างแบรนด์และการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการของไทย การส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมของไทยในเวทีการค้าโลก และการสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การค้า เพื่อลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ

งานในต่างประเทศมีหน่วยงานที่สำคัญหลัก คือ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่มีอยู่ 62 แห่ง รวมทั้งผู้แทนการค้ากิตติมศักดิ์ (HTA) 46 ราย ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ส่วนในประเทศ ก็มีสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอีก 5 แห่ง อยู่ในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี และจันทบุรี เพื่อวางยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับแหล่งผลิตก่อนออกสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิผล

ทั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีโครงการสำคัญมากเพียงพอให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ได้เลือกใช้บริการให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจของตนเอง และศักยภาพของผู้ประกอบการแต่ละระดับอาทิ โครงการพัฒนาผู้ประกอบการในรูปแบบพี่เลี้ยงธุรกิจ โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกในการวิเคราะห์ศักยภาพตลาด สินค้าและวิธีการเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการสำคัญที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทย อาทิ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเออีซีในส่วนกลางและ9 ศูนย์ใน 8 ประเทศอาเซียน

“เอสเอ็มอี โปรแอ็คทีฟเป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของเอกชนโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปทำธุรกิจระหว่างประเทศมากขึ้น ขณะนี้มีงบประมาณเหลือราว 33 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 300 ล้านบาท และกรมฯอยู่ระหว่างผลักดันขอวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติม สำหรับปีงบประมาณ 58 (ต.ค.57-ก.ย. 58) ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการกรมฯได้รับฟังความคิดเห็น และมีการปรับหลักเกณฑ์การให้บริการ ตามข้อเสนอแนะของตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีได้เข้าสู่ระบบการค้าอย่างมืออาชีพมากขึ้น รวมทั้งปรับลดกระบวนการและขั้นตอนทางเอกสาร และเร่งเบิกจ่ายภายใน 5 วัน (เมื่อเอกสารตัวจริงครบตามระเบียบราชการ)”นางนันทวัลย์ กล่าว

หากต้องการสอบถามเกี่ยวกับบริการต่างๆ ของกรมฯผู้ประกอบการสามารถใช้บริการของศูนย์บริการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะให้ข้อมูล/คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศและการลงทุน ผ่านสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169 และเคาน์เตอร์ให้บริการ ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษกและนนทบุรีนอกจากนี้ กรมฯยังมีบริการห้องสมุดการค้าระหว่างประเทศและให้บริการ eLibraryศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและประสานงานแก้ไขข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางข้อมูลผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ผู้ขายวัตถุดิบศักยภาพจากต่างประเทศตลอดจนการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs โดยการสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่การผลิต เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท